ทบ. หยุดยาเสพติดที่เเนวชายแดน ปี62 ยึดยาบ้า 184 ล้านเม็ด
20 ต.ค. 2562 | anchalee_ari

กองทัพบก หยุดยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดนได้ผล ปี 62 ยึดยาบ้าได้ถึง 184 ล้านเม็ด ส่งดำเนินคดี 1,711 คดี โดยคดีถึงที่สุดแล้ว 72 คดี พร้อมเดินหน้าสกัดกั้นต่อเนื่อง
ข่าว
20 ต.ค. 2562 | anchalee_ari

กองทัพบก หยุดยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดนได้ผล ปี 62 ยึดยาบ้าได้ถึง 184 ล้านเม็ด ส่งดำเนินคดี 1,711 คดี โดยคดีถึงที่สุดแล้ว 72 คดี พร้อมเดินหน้าสกัดกั้นต่อเนื่อง
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้นโยบายหยุดยั้งยาเสพติดและอาวุธสงครามไว้ที่แนวชายแดน ซึ่ง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ ปี 2561 ตามแนวนโยบายของรัฐบาล เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
โดยกองกำลังชายแดนของกองทัพบกได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเบาะแสจากประชาชน เปิดยุทธการกวาดล้างสกัดกั้นอย่างเข้มงวดทั้งด้านการข่าว การลาดตระเวน การสนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย การปะทะกับขบวนลำเลียงยาเสพติด การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบริเวณด่านพรมแดน ตามช่องทางธรรมชาติและเส้นทางคมนาคม การสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารส่งผ่านข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อใช้ในระหว่างปฏิบัติการติดตามขบวนการยาเสพติด รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ปิดช่องการลักลอบลำเลียงผ่านระบบดังกล่าว เป็นต้น
โดยตลอดปีงบประมาณ 2562 สามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติด จำนวน 4,379 ครั้ง ผู้ต้องหา 6,428 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 184,177,322 เม็ด ไอซ์ 3,012 กิโลกรัม กัญชา 20,587 กิโลกรัม เฮโรอีน 74 กิโลกรัม พืชกระท่อม 4,167,465 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย 1,711 คดี และคดีถึงที่สุดแล้ว 72 คดี โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยังเดินหน้าบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันขจัดปัญหายาเสพติดไม่ให้ส่งผลกับประชาชนทั้ง 2 ประเทศและไม่ให้เข้ามาบั่นทอนความสงบสุขของสังคมไทยต่อไป