สตรีชาวอิหร่านกว่า 3,000 คนใช้สิทธิครั้งแรกในการเข้าชมฟุตบอลที่สนามกีฬาอาซาดีในกรุงเตหะรานกันอย่างคึกคักจนเต็มอัฒจันทร์ในฝั่งที่จัดโซนไว้สำหรับสตรี โดยพวกเธอสวมหมวกหรือสวมผ้าคลุมศีรษะสีเดียวกับธงชาติ โบกธงชาติที่เป็นทั้งผืนผ้าและธงกระดาษ และมีอุปกรณ์เชียร์ครบครัน แฟนบอลหญิงเหล่านี้ส่งเสียงเชียร์เป่าแตร และปรบมือยินดีกับประตูการแข่งขันอย่างสนุกสนาน ไม่แตกต่างจากแฟนบอลชายเลย
ภาพนี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022รอบคัดเลือกโซนเอเชียระหว่างทีมชาติอิหร่านกับทีมชาติกัมพูชา ยิ่งกว่าผลการแข่งขันที่ทีมชาติอิหร่านชนะขาดลอยไปถึง 14-0 กองเชียร์หญิงหลายคนยังถ่ายภาพเซลฟีขณะอยู่บนอัฒจันทร์เพื่อบันทึกความทรงจำครั้งนี้อีกด้วย
แฟนบอลหญิงหลายคนเตรียมตัวซื้อเสื้อกีฬาและอุปกรณ์เชียร์เพื่อเตรียมไปดูบอลครั้งแรก และบอกด้วยว่า ตื่นเต้นมากที่จะได้มีโอกาสเข้าชมฟุตบอลที่สนามกีฬาในบ้านตัวเอง หลังจากพวกเธอเคยแต่เดินทางไปเชียร์ทีมชาติในการแข่งขันที่ต่างประเทศอิหร่านห้ามผู้หญิงเข้าชมกีฬาต่างๆ ในสนามแข่งขันเมื่อปี 2524 เพียง 2 ปีหลังการปฏิวัติอิสลาม และการอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมได้ในปีนี้มีขึ้นหลังจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศหรือฟีฟ่าขู่ตัดสิทธิอิหร่านเข้าร่วมการแข่งขัน หากไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันได้ อิหร่านเป็นชาติสุดท้ายในโลกที่ยกเลิกข้อห้าม หลังจากซาอุดิอาระเบียเพิ่งอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันในสนามกีฬาได้เมื่อไม่นานนี้
เมื่อเดือนที่แล้วฟีฟ่ากดดันให้อิหร่านอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีข้อจำกัด หลังจากซาฮาร์ โคดายารี แฟนบอลหญิงจุดไฟเผาตัวเองที่ด้านนอกศาลและเสียชีวิตในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมาเมื่้อเดือนที่แล้ว เนื่องจากกลัวต้องรับโทษจำคุกกรณีแต่งตัวเป็นชายลอบเข้าสนามฟุตบอลเมื่อเดือน มี.ค.แม้ไม่มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติห้ามผู้หญิงเข้าสนามกีฬา แต่เธอจะถูกลงโทษเนื่องจากไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ
ในครั้งนี้อิหร่านแบ่งจำหน่ายบัตรเข้าชมฟุตบอลสำหรับสตรีไว้เพียงเกือบ 3,500 ที่นั่งเมื่อเทียบกับจำนวนที่นั่งทั้งหมดเกือบ 80,000 ที่นั่ง และแยกที่นั่งระหว่างชายหญิงแต่อิหร่านยังไม่รับปากว่าจะอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันได้ทุกนัดโดยไม่มีการจำกัดจำนวนที่นั่ง องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งวิจารณ์ว่าการจำกัดโควตาผู้หญิงเข้าชมฟุตบอลครั้งนี้ สะท้อนว่าอิหร่านยังไม่ได้เปิดกว้างด้านเสรีภาพและความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง