เจ้าของร้านเพชรแจ้งจับ "บรรณวิทย์"

เจ้าของร้านเพชรแจ้งจับ "บรรณวิทย์" พร้อมพวกข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ เผย รู้สึกเจ็บปวดกับการที่ไม่สามารถเข้าบ้านได้ และเป็นห่วงทรัพย์สินและสุนัขที่ยังอยู่ จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด
ข่าว
วันนี้ (11 ต.ค. 62) น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร และนายธนัช เกตุมงคล บิดา พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.ธนัช เกตุมงคล รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง พร้อมหลักฐานเป็นภาพถ่ายวงจรปิดที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนเข้ามาบุกยึดบ้านหรูเมื่อ วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมาโดย น.ส.พิมพ์นรี หรือ บี เจ้าของร้านเพชร ได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม นายทหารนอกราชการและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและสอบปากคำ น.ส.พิมพ์นรี ผู้เสียหายเอาไว้แล้วในเบื้องต้น
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังพา น.ส.พิมพ์นรี พร้อมนายธนัช บิดาและทนายความส่วนตัว เดินทางไปยังบ้านหรูดังกล่าว เมื่อไปถึงที่บ้านปรากฏว่า ประตูหน้าบ้านก็ปิดล็อก เมื่อกดกริ่งเรียกก็ไม่มีคนออกมาเปิดประตูให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการปรึกษากับทาง น.ส.พิมพ์นรี ว่า ในวันนี้ยังไม่สามารถเข้าทำการตรวจสอบในบ้านได้ เนื่องจากติดข้อกฏหมายบางประการและเกรงว่าจะกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง จึงแนะนำให้ผู้เสียหายแจ้งความและขออำนาจศาลออกหมายค้นเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้าไปตรวจสอบในบ้านได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
ทางด้าน น.ส.พิมพ์นรี กล่าวว่า ตนอยากขอความเป็นธรรมและเห็นใจจากสังคมว่า การกระทำแบบนี้ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ เพราะคดีความเรื่องการฟ้องร้องในสิทธิ์ครอบครองยังอยู่ในศาลชั้นต้นอยู่เลย ศาลตัดสินออกมาวันที่ 3 ต.ค. แต่บ้านตนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ของนายทหารนอกราชการพาคนมาบุกยึดบ้าน ในวันที่ 4 ต.ค.เลย
ทั้งที่ตามกฏหมาย ฝ่ายตนยังมีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อภายใน 30 วัน ตามกระบวนการของกฏหมาย แต่นี้พอมีเพียงคำสั่งศาลชั้นต้นเพียงศาลแรก เขาก็เอากำลังคนบุกเข้ามายึดบ้านแบบนี้ ตนก็ต้องถามว่า มันถูกต้องไหม ข้ามกระบวนการขั้นตอนตามกฏหมายหรือไม่
หากคิดว่าถูกต้องทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่ถือหมายบังคับคดีมาด้วย การกระทำแบบนี้ตนมองว่าเป็นการกระทำที่ใช้อิทธิพลเหนือกฏหมาย ตนจึงต้องเดินทางมาเข้าแจ้งความในคดีบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์กับกลุ่มคนที่ใช้กำลังบุกเข้าบ้านตนทั้งหมด
น.ส.พิมพ์นรี กล่าวที่หน้าบ้านพักว่า รู้สึกเจ็บปวด จากบ้านที่เคยใช้พักอาศัยกินนอนพักผ่อน กลับกลายมาเป็นคนที่ทำได้แค่ยืนหน้าบ้านในตอนนี้ ตนเป็นห่วงทั้งทรัพย์สินและสุนัขที่อยู่ในบ้านเป็นอย่างมาก เพราะตอนออกมาแทบไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาได้เลย มาวันนี้หวังพึ่งพาความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้อีกเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับตนเองและครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามตนเองพร้อมครอบครัวจะต้องสู้และเรียกร้องความยุติธรรมให้ถึงที่สุด