กลายเป็นอีกประเด็นฮือฮาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ การออกมาตอบโต้กันระหว่างผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ กับ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ซึ่งได้ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนอดีตประธานศาลฎีกา เนื่องจากไม่ได้แต่งตั้งผู้ทำการแทนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ลาออกจากตำแหน่ง
ล่าสุดประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายวัส ติงสมิตร เปิดเผยว่า ตนได้ส่งมีหนังสือด่วนที่สุด ฉบับที่ 10 ถึงประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ขอให้รีบแต่งตั้งบุคคลมาทำหน้าที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติ
เนื่องจากเหลือเวลาเพียง 5 วัน ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการส่งรายงานความสอดคล้องกับหลักการปารีส และเอกสารอื่น ๆ เพื่อประกอบการประเมินสถานะของ กสม.ไทยขึ้นใหม่ หรือการขอคืนสถานะ A ต่อเครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนสากล ภายในวันอังคารที่ 15 ตุลาคมนี้ หากเปิดประชุมไม่ทัน จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติในการยื่นขอคืนสถานะ A ของ กสม.
ประธาน กสม. บอกอีกว่า ขอให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลมาทำหน้าที่ กสม.เป็นการชั่วคราวอย่างน้อยเพียง 1 คน ภายในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคมนี้ ทาง กสม.ก็จะสามารถเปิดประชุมได้เลย เพื่อพิจารณาส่งเอกสารการขอคืนสถานะจากเครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนสากลได้ทันกำหนดเส้นตาย