จากกรณีที่ เพจเพจหนึ่งเปิดโปง พฤติกรรมของกลุ่มพยาบาล ใช้งบหลวงหมดไปหลายล้าน โดยอ้างไปทริป "พัฒนาภาวะผู้นำทั่วลอนดอน" ของเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาล 5 แห่งในภาคใต้ ระหว่างวันที่ 8-15 กันยายนที่ผ่านมา รวมทริป 6 วัน ใช้งบไปกว่า 4,154,000 บาท
ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้งบในส่วนของข้าราชการ 43 ชีวิตแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการออกเงินให้กับผู้ที่เป็นหลานสาว ผอ.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่ได้ทำงานแต่ทางวิทยาลัยพยาบาลต้องเป็นผู้ออกเงินให้ทั้งหมด
นายแพทย์สมชาย ธรรมสารโสภณ รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนกได้เรียกให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จำนวน 3 แห่ง มาชี้แจงเบื้องต้นแล้ว โดย ผอ.ชี้แจงว่า การเบิกจ่ายเงิน เป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ส่วนกรณีที่มีประเด็น มีการเอาคนนอกไป คนนอกคนนี้คือทันตแพทย์ ซึ่งเป็นหลานสาวของผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานี โดยได้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดไม่ใช่งบประมาณของสถาบัน
ส่วนประเด็นที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ได้มีกรอบ 3 เรื่อง...
เรื่องแรกคือเรื่องข้อกฎหมายว่าขั้นตอนการอนุมัติและการเดินทางผิดกฎหมายหรือไม่
เรื่องที่ 2 คือประเด็นเกี่ยวกับการเงินว่าใช้เงินตรงส่วนใดบ้าง มีเจตนาในการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่
ซึ่งเรื่องนี้นายแพทย์สมชายชี้แจงเบื้องต้นว่า เป็นงบประมาณของสถาบันบรมราชชนกและงบประมาณในส่วนของรายได้ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีทั้ง 4 แห่ง แต่ไม่ใช่เงินค่าเทอมของนักศึกษาในวิทยาลัย
และเรื่องที่3 คือการศึกษา เกี่ยวกับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ขออนุมัติงบประมาณไว้หรือไม่
แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า โครงการนี้เป็นโครงการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารและอาจารย์ในวิทยาลัยเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและวิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2562
มีการทำโครงการโดยผ่านคณะกรรมการทั้งในระดับผู้อำนวยการวิทยาลัย จนมาถึงระดับผู้บริหารของจังหวัดอย่างถูกต้อง ซึ่งในเอกสารการรายงานก็มีผลลัพธ์ หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับที่ได้รับ โดยเฉพาะการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารและอาจารย์ในวิทยาลัย เนื่องจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเพิ่งได้รับอนุมัติแต่งตั้งให้เป็นมหาวิทยาลัยจึงต้องมีการพัฒนาทางด้านบุคลากรเพื่อการเรียนการสอนการบริหารองค์กรรวมถึงการพัฒนาทางด้านวิชาการ
รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการใน 2 ส่วน
ส่วนแรกคือการยึดเงินคืนทุกบาททุกสตางค์
และในส่วนที่ 2 คือดำเนินการทางวินัยของข้าราชการนอกจากนี้ก็จะวางหลักเกณฑ์และแนวทางในการที่จะจัดโครงการไปดูงานต่างประเทศให้รัดกุมและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น