ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ สน.บางเขน น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 42 ปี ได้เดินทางมาเยี่ยมนายจิตติ ผู้เป็นพ่อที่สน.บางเขน โดยน.ส เอ กล่าวว่าตนเป็นลูกสาวของภรรยาคนแรกของพ่อ หลังเข้าเยี่ยมพ่อก็ยอมรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องการประกันตัวตนขอปรึกษาหลายๆ คนก่อน ก่อนหน้านี้พ่อเป็นผู้รับเหมามีเงินใช้ไม่ขาดมือ พ่อเป็นคนดี พ่อไม่เคยมีอารมณ์ที่รุนแรงหรือเครียดแบบนี้มาก่อน โดยเมื่อประมาณ 20 ปี ที่แล้วพ่อมาเจอกับผู้ตายแล้วพาเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย ในลักษณะ 3 คน ผัวเมียอยู่ได้สักพักพ่อก็ได้แยกตัวออกมาอยู่กับผู้ตาย
น.ส.เอ กล่าวต่อว่าหลังจากนั้นเศษฐกิจเริ่มไม่ดี พ่อต้องขายรถขายทุกสิ่งที่อยู่ในบ้าน และเอาเงินส่วนหนึ่งไปให้ผู้ตายเปิดร้านกิ๊ฟช็อป ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินให้กับผู้ตาย โดยมาขับรถแท๊กซี่ และถูกกดดันหลายอย่าง และมาเล่าให้ตนฟัง หลายครั้งซึ่งตนก็ได้แต่รับฟัง มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อบอกว่าจะฆ่าตัวตายที่ไม่มีเงินมาให้ผู้ตาย แต่ตนก็ห้ามไว้ก่อน และมาช่วงหลังๆ พ่อมักจะระแวง ว่าผู้ตายจะไปมีคนอื่น ทั้งที่พ่อทุ่มเทให้ผู้ตายขนาดนี้ จนเกิดเหตุการณ์ขึ้น และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนก็จะไปเยี่ยมพ่อ ตนอยากให้สังคมเห็นใจ อยากให้สังคมให้โอกาส อย่างเพิ่งตัดสินพ่อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รองผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รองผกก.สส. และพ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี สว.(สอบสวน) ร่วมกันสอบสวนนายจิตติ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่าผู้ต้องรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00 น. นายจิตติ ได้ออกไปขับรถแท็กซี่แต่ลืมของจึงกลับเข้าบ้านพบเห็นผู้ตายกำลังจะออกจากบ้านเช่นกันจึงสอบถามว่าจะไปไหนแต่เช้ามืดแต่ไม่ได้คำตอบจึงมีปากเสียงกัน ด้วยบันดาลโทสะจึงหยิบมีดปลอกผลไม้ไล่ทำร้ายผู้ตาย ผู้ตายพยายามวิ่งหนีเข้าห้องแต่ปิดประตูไม่ทันจึงโดนผู้ต้องหาแทงจนเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกันเรื่องส่งสัยว่าผู้ตายมีชู้มาหลายปีแล้ว
ด้านพ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่าจากนี้จะนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ทางผู้ต้องหาขอใช้สิทธิไม่ยินยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวในบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นจะนำไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ต่อไป