จากกรณีที่เพจสีสันโคราช นำเสนอเรื่องราวดีๆ ของตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ช่วยเหลือหญิงสูงอายุ อ้างว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน กับหลานชายอีก 1 คน ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่จุดบริการประชาชน ริมถนนสาย 304 ปักธงชัย-วังน้ำเขียว หลายชั่วโมง พร้อมกับบอกว่า มีคนนำป้าหลานมาปล่อยเอาไว้ และบอกให้รออยู่ที่นี่ จะกลับไปนำเงินมาให้เป็นค่ารถเดินทางกลับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1,500 บาท จึงนั่งรอจนเย็น โทรศัพท์ติดต่อกลับไปก็ปิดเครื่องไม่มีใครนำเงินค่าเดินทางมาให้สักทีกระทั่งทาง ร.ต.อ.ธีรภัทร์ สีกุดเวียน รอง สวป.สภ.วังน้ำเขียว และ ร.ต.อ.ณรงฤทธิ์ รอง สว.จร.ตัดสินใจมอบเงิน จำนวน 2,000 บาทให้กับป้า เพื่อเป็นค่ารถเดินทางกลับบ้านที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับเลี้ยงข้าวให้รับประทานกันจนอิ่ม ก่อนส่งขึ้นรถโดยสารประจำทางสายราชสีมา-ประจวบคีรีขันธ์เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งประชาชนที่ทราบเรื่อง ต่างเข้ามาแสดงความชื่นชมและยกนิ้วให้กับเรื่องราวดีดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจวังน้ำเขียว ที่ทำให้ประชาชนอุ่นใจและเข้าช่วยเหลือยามทุกข์ยากในทุกสถานการณ์
ต่อมา พ.ต.ท.สมมาตย์ มั่งไธสง รอง ผกก.ป.สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ส่งข้อมูลอินบ็อกมายังเพจ เพื่อให้ช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง อย่าหลงเชื่อป้ามหาภัยรายนี้ โดยระบุข้อความว่า พฤติการณ์ป้าหลานที่ สภ.วังน้ำเขียว เหมือนกันกับที่มา สภ.ครบุรี เมื่อหลายเดือนก่อน ตำรวจได้เรี่ยไรเงินช่วยส่งกลับบ้าน อ.บางสะพาน จ.ประจวบ มาหลอกมาต้มตำรวจ คนเดิมเลย แต่เด็กไม่เหมือนคนเก่า น่าสงสัยในพฤติการณ์ป้าคนนี้ ฝากเตือนสังคมใครเห็นผู้หญิงในภาพรีบแจ้งตำรวจด่วน
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 62 สอบถามข้อมูลกับ พ.ต.ท.สมมาตย์ เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคม 2561 ได้รับแจ้งจากผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าได้ช่วยเหลือป้าและหลานชาย ซึ่งถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่คิวรถอำเภอครบุรีด้วยการเรี่ยไรเงินจำนวนกว่า 1,000 บาท พร้อมเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของให้อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ อ.บางสะพาน จึงได้ชื่นชมให้กำลังใจการทำหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เวลาผ่านล่วงเลยมา กระทั่งเมื่อวานนี้ได้เห็นเรื่องราวผ่านเพจสีสันโคราช ที่ชื่นชมตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว จึงจะเข้าไปให้กำลังใจและชื่นชมการทำหน้าที่ แต่ปรากฏว่าข้อมูลและรูปภาพต่างๆ เป็นเรื่องราวเดียวกันกับที่เคยได้รับรายงานมาจากผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่อปี 2561
จึงได้เรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นมาสอบถามซึ่งทุกคนก็บอกและยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ป้าและหลานดังกล่าวเป็นคนๆ เดียวกันจึงมีความเป็นไปได้ว่า ป้าคนนี้อาจจะนำเด็กที่อ้างว่าเป็นหลานของตนเอง ตระเวนทำพฤติกรรมเช่นนี้มาหลายจุดซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร จึงอยากเรียกร้องให้ป้าคนดังกล่าวหยุดพฤติกรรมนี้เสีย เพราะหากเป็นการตั้งนำเด็กมาเพื่อให้ผู้พบเห็นเกิดการสงสารเช่นนี้ อาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้