นะโม : "สำหรับเราไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบอกถึงเหตุการณ์นี้เลยนะคะ เพราะเมื่อวานนี้โมยังนัดคุยงานอยู่กับน้องตอน 4 โมงเย็น คืนก่อนหน้าโมก็ยังคุยกับเขาอยู่จนถึงตีสาม และเช้ามาตอนบ่ายสองโมงเขายังไลน์มาหาเลยว่าออกจากบ้านมาแล้วหรือยัง เดี๋ยวเขามีธุระนะ ขอไปทำธุระก่อน น่าจะมาถึงช้านิดหนึ่งประมาณ 4 โมงครึ่ง โมก็โอเคตามนั้น เราถามเขาไปอีกว่าให้เลื่อนนัดไหม เลื่อนก็ได้นะ แต่เขายืนยันว่าไม่เลื่อนดีกว่า อยากให้งานมันเดิน เราก็โอเครีบมาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงนะเดี๋ยวจะคุยกับทีมไปเรื่อยๆ ก่อน นั่นคือประโยคสุดท้ายที่คุยกันทางแชท"
ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเขาจะคิดสั้นเลยใช่ไหม
นะโม : "ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีจริงๆ เพราะโมคุยกับน้องเกือบทุกวัน ไม่ว่าจะโทรคุย แชทคุย หรือคุยผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ เราติดต่อน้องตลอด และน้องก็ติดต่อเราตลอด เพราะฉะนั้นเราอัปเดตชีวิตกันตลอดเวลา ตกเย็นมาเขาก็จะบอกเดี๋ยวไปฟิตเนสแล้วนะ วันนี้น้ำหนักเขาลงกี่กิโลกรัม เขาแชร์ทุกอย่างให้ทราบหมดเลย มันไม่มีเหตุการณ์บอกเราเลย"
ที่เขาโพสต์ข้อความเศร้าๆ ในทวิตเตอร์และอินสตาแกรม เราเห็นไหม
นะโม : "เห็นค่ะ ก็ถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่า คือถ้าเป็นข้อความที่เรารู้สึกได้ เราจะบอกเขาให้โทรมาคุยสิ มีเรื่องอะไร บางทีก็คุย บางทีก็จะไม่ได้คุยกัน แต่ข้อความสุดท้ายที่น้องโพสต์ เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการสั่งลาหรือใดๆ เพราะปกติน้องจะโพสต์ข้อความแบบนี้ที่เป็นข้อความสั้นๆ ให้แง่คิด น้องโพสต์มาโดยตลอดในโซเชียลมีเดียของเขา"
ในทวิตเตอร์เขาโพสต์ไว้ว่า จะถึงวันสู่อิสระภาพแล้ว
นะโม : "อันนี้คือที่เราเข้าใจเองนะคะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงาน ไม่ใช่งานในวงการ แต่เป็นโปรเจกต์อื่นที่เขาทำอยู่ แล้วเราคิดว่าโปรเจกต์นี้ขาทำมานาน และน่าจะสำเร็จแล้ว แค่นั้น"
ออม : "เพราะทุกงานหรือทุกกิจกรรมที่เขาทำ เรารับรู้ตลอด เราแชร์กันตลอด พี่ถึงบอกว่ามันไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น"
อาการโรคซึมเศร้าของเขาดีขึ้นหรือแย่ลงยังไงบ้าง
นะโม : "ไม่มีอะไรเลยค่ะ เวลาเจอน้องยังคุยพูดจากันปกติแบบนั้นเลย"
ออม : "สดใส ร่าเริง เล่นมุกปกติ"
นะโม : "ต้องย้อนกลับไปหลายปี น้องจะพูดกับโมเสมอว่า ผมว่าผมเป็นนะ ผมเช็กลิสต์ดูแล้ว ผมว่าจาก 9 ข้อ ผมรู้สึกเป็น 7 ข้อเลยนะ แต่โมไม่เชื่อเขา บอกว่าเป็นอุปทานเดี่ยว ไม่จริงหรอก เราไม่เชื่อเขามาโดยตลอด เป็นเดือนๆ เลยค่ะที่เขาพูดแบบนี้กับเราเสมอ จนวันหนึ่งเขาโทรมา แล้วเราคุยอะไรกันสักอย่างเราจำไม่ได้ แต่ประโยคที่ทำให้เรารู้สึกว่าน้องไม่ปกติแล้วก็คือ ถ้าไม่มีผมอยู่สักคน มันคงจะดีกว่านี้ เราเลยรีบหาเบอร์หมอแล้วโทรนัดในวันรุ่งขึ้น พี่ก็ไปหาหมอกับเขาด้วย"
เขาพูดนานหรือยัง
นะโม : "นานแล้วค่ะ หมานถึงเรื่องที่น้องมีภาวะของการเป็นซึมเศร้าเนี่ย เป็นหลายปีแล้วค่ะ"
คิดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคซึมเศร้า
นะโม : "เท่าที่เรารู้ คือน่าจะเป็นความผิดหวังซ้ำๆกัน แต่ว่าความผิดหวังในที่นี้ เป็นเรื่องอะไรบ้าง เราไม่ทราบจริงๆ หนึ่งในนั้นมีเรื่องงานแน่นอนค่ะ"
เรื่องความรัก อกหัก เหมือน กีฟ เคยโพสต์ว่าเขาชอบมาปรึกษาเรื่องความรัก เกี่ยวไหม
นะโม : "เราไม่ได้คุยกับน้องเรื่องนี้ โดนปกติโมไม่ค่อยคุยเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ ถ้าสมมติว่าเรารู้สึกว่าน้องมีเรื่องอะไร เราถามน้องตอบ เราก็ฟัง เป็นผู้รับฟังที่ดี แต่ถ้าถามแล้วน้องไม่ตอบ เราก็จะไม่กดดันน้อง"
ปัญหาหนักสุดที่เราเคยคุยกับเขาคือเรื่องอะไร
นะโม : "ไม่มีเรื่องอะไรที่แบบเป็นเรื่องหนักเลย ถ้าเป็นเรื่องที่เขารู้สึกคือ เรื่องเขาเป็นห่วงแม่ ก็จะมาช่วงหนึ่งที่คุณย่าหรือคุณยายเสีย แล้วคุณแม่ก็ไม่สบาย ทำใจยอมรับไม่ได้ เขาก็จะเป็นห่วงแม่มาก"
กรณีที่บอกว่ามีการไปค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อน มีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด
นะโม : "เรื่องนี้โมไม่เคยทราบเลย ไม่ทราบจริงๆค่ะ ต้องถามมดดำเลย มดดำสนิทกับน้องจริงๆนะคะ"