เลขาฯ รมว.ยุติธรรม ระบุ สมศักดิ์ สั่งดูข้อกฎหมายช่วยเหลือครอบครัวลันลาเบล เผย 9 ต.ค. ร้องรมว.ยธ.อย่างเป็นทางการ อีกครั้ง หลังคดีการตายปริศนาของ "ลันลาเบล" พริตตี้สาวสวย ได้ออกมาแล้ว โดยระบุว่าเสียชีวิตจากการดื่มสุรา หรือ ช็อกจากการดื่มสุรา ซึ่งตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ข้อหา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กันยายน ที่ สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล นายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ พ่อของนางสาว ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ "ลันลาเบล" พริตตี้สาวสวย ที่เสียชีวิตปริศนา บนโซฟาในล็อบบี้คอนโดหรูย่านตลาดพลู เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน พร้อมกับนำบราปีกนกที่น้องเบลใส่ประจำ มามอบให้กับตำรวจ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับวัตถุพยานอื่นๆในที่เกิดเหตุประกอบสำนวนคดี

"สมศักดิ์" สั่งดูข้อกฎหมายช่วย "ลันลาเบล"


นายชวลิต เปิดเผยว่า ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพของน้องเบล และผลตรวจเลือดของนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร อายุ 24 ปี หรือ น้ำอุ่น ผู้ต้องสงสัย ตนยังไม่ทราบ เป็นเรื่องของตำรวจที่จะให้ข้อมูลเองทั้งหมด ตอนนี้ตนไม่มีความเป็นห่วงทางเรื่องคดี เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เร่งรัดเต็มที่สุดความสามารถ อย่างไรก็ตามตั้งแต่เกิดเรื่องสัปดาห์ที่แล้ว ตนยังไม่ได้พูดคุยกับน้ำอุ่น รวมถึงคนที่มาร่วมปาร์ตี้ในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด
ทั้งนี้มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนในคดีการเสียชีวิตของ นางสาว ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ "ลันลาเบล" พริตตี้สาวสวย ได้รับรายงานผลทางนิติวิทยาศาสตร์แล้วจากโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยผลระบุว่า เสียชีวิตจากการดื่มสุราหรือช็อกจากการดื่มสุรา (Alcohol intoxication)โดยพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด สูงถึง 418 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังไม่พบสารเสพติดในร่างกายและดีเอ็นเอหรือสารคัดหลั่งของผู้อื่นในร่างกาย
โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ทั้งหมด 3 ข้อหา ประกอบด้วย

"สมศักดิ์" สั่งดูข้อกฎหมายช่วย "ลันลาเบล"


ข้อหาที่ 1 ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย หรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 มาตรา 297 หรือมาตรา 298
ข้อหาที่ 2 พาไปเพื่อกระทำการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลที่อายุมากกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, กระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
สำหรับคำว่า "อนาจาร" มีความหมายในทางกฎหมายว่า เป็นการกระทำต่อเนื้อตัวบุคคลที่ไม่สมควรทางเพศ ซึ่งไม่ต้องถึงขั้นร่วมประเวณีหรือสำเร็จความใคร่ แต่รวมถึงการกระทำให้อับอายขายหน้าในทางเพศด้วย / ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีการะบุว่า การที่ฝ่ายชายกอดเอว จับมือ และดึงแขนฝ่ายหญิงต่อหน้าบุคคลอื่น ก็เข้าข่ายอนาจารแล้ว
ข้อหาที่ 3 กระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

ล่าสุดวันนี้(26 ก.ย.62) ที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ร้อยที่ ธนกฤต จิตต์อารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีญาติของน.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลันลาเบล อายุ 25 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากการเสียชีวิต ว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อกฎหมายและวิธีปฏิบัติว่าสามารถให้ความช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากญาติยังไม่พอใจผลการชันสูตรพลิกศพครั้งแรก จึงได้ขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์รับศพจากวัดมาเก็บรักษาเพื่อรอการชันสูตรซ้ำอีกครั้ง
สำหรับสิทธิ์ในการขอรับการเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา คณะกรรมการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะเป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายช่วยเหลือการตายผิดธรรมชาติ เช่น ค่าปลงศพ ขณะที่คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม จะพิจารณาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม วันที่ 9 ต.ค.นี้ ครอบครัวของน.ส.ธิติมาจะยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับรมว.ยุติธรรมอย่างเป็นทางการระหว่างการเปิดศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข

"สมศักดิ์" สั่งดูข้อกฎหมายช่วย "ลันลาเบล"

"สมศักดิ์" สั่งดูข้อกฎหมายช่วย "ลันลาเบล"

"สมศักดิ์" สั่งดูข้อกฎหมายช่วย "ลันลาเบล"