"จุรินทร์" ปลื้มนำจับคู่ธุรกิจอินเดียวันเดียวเฉียด 4,000 ล้านบาท บาท ยแบ่งเป็นลงนาม MOU ระหว่างสมาคมธุรกิจไทยกับผู้ซื้อจากอินเดีย 2,600 ล้านบาท และจัดกิจกรรมภาคเอกชนไทยและอินเดียจับคู่ธุรกิจเป็นรายสินค้า มียอดสั่งซื้อทันทีอีก 1,300 ล้านบาท ยังเดินหน้าต่อเปิดตลาดใหม่เพิ่มเจรจาอีก 2 วัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า มีโปรแกรมที่จะพบภาคธุรกิจของอินเดียหลายรายการในช่วงระยะเวลา 3วันตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.ย.  โดยรายการแรกคือ การพบปะ Mr.Kishire Biyani ซึ่งเป็นเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ หนึ่งของอินเดียชื่อฟู้ดฮอลล์และบิ๊กบาร์ซ่ามีสาขา 2,000 สาขาทั่วประเทศอินเดียใน 400เมืองมีลูกค้าประมาณ 600 ล้านคนสำหรับฟู้ดฮอลล์และบิ๊กบาร์ซ่าซึ่งเป็นเครือของฟิวเจอร์กรุ๊ป นำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทยเป็นหลักปีละ35ล้านบาทโดยประมาณถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นเพราะตลาดอินเดียเป็นตลาดใหม่สำหรับประเทศไทยครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกแรก  และขณะนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้น

 

 "การที่รองนายกรัฐมนตรีมาพบกับภาคเอกชนอินเดียโดยตรงถือว่ามาเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการค้าประเทศไทยกับประเทศอินเดีย Mr.Biyani  อยากให้ทางเรามาจากเทศกาลสินค้ากับทางอินเดียบ่อยๆรวมทั้งมีหลายประเทศที่จัดเทศกาล ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดย outletของเขาขายได้ดีอยากให้สินค้าของประเทศไทยเข้ามาเพิ่มเติมนอกจากสินค้าประเภทอาหารประเทศไทยควรมาจัดให้ถี่ครั้งขึ้น โดยเฉพาะเวชสำอางและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเฟอร์นิเจอร์ สิ่งของตกแต่งบ้าน เป็นต้นซึ่งไม่ใช่อาหารเพราะฉะนั้นสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าตลาดค้าปลีกของอินเดียมีอนาคตทั้งที่เป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร เราจะกลับไปดูว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่จะมีอนาคตสำหรับอินเดีย"

 

ส่วนการส่งออกมาที่ประเทศอินเดีย ไทยส่งออกสินค้าหลายอย่างอัญมณี เครื่องประดับ ก็แสดงให้เห็นว่าตลาดใหม่ที่อยากที่จะมาบุกเบิกอย่างตลาดยางล้อยางพารา เป็นต้น และการลงนาม MOU ระหว่างภาคเอกชนไทยกับอินเดียรวม 3 ฉบับนั้นมีมูลค่าพอสมควรสำหรับภาคเอกชนของอินเดียที่จะมาสัมมนาร่วมกับเราจะมาจับคู่ทางการค้ากับเราโดยอินเดียมีมาประมาณ 150 บริษัท ส่วนทางไทยเรามี 30 บริษัทรวมทั้งองค์กรและบริษัทถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคต

 

รายงานข่าวแจ้งว่า  สำหรับภารกิจวันที่ 25 กันยายน เพียงวันเดียวในมุมไบต่อโครงการผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ระดับสูงและคณะผู้แทนการค้าภาคเอกชนเดินทางเยือนอินเดียนำโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้ทั้งหมดร่วม4,000 ล้านบาท  โดยแบ่งเป็นการลงนามข้อตกลง  MOU ระหว่างสมาคมธุรกิจไทยกับผู้ซื้อจากอินเดีย 2,600ล้านบาท และตลอดทั้งวันหลังการเปิดงานสัมมนาได้ มีกิจกรรมเจรจาการค้าสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและอินเดียโดยจับคู่ธุรกิจเป็นรายสินค้า  (Matching &Networking )จนเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 25 กันยายน 2562ที่ผ่านมารวมมูลค่าเฉพาะการ Matching คู่ค้ารวมมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท ทำให้ยอดการเจรจาเพียงวันเดียวทะลุ ร่วมเกือบ 4,000 ล้านบาท

 

และวันนี้ (26กันยายน2562)นายจุรินทร์ยังมีภารกิจที่ผู้ประกอบการที่ลงทุนในประเทศอินเดียเข้าพบเพื่อรายงานปัญหาอุปสรรค  และมีประธานอุตสาหกรรมแห่งบอมเบย์เข้าพบเพื่อรายงานผลการเจรจาการค้า  โดยนายจุรินทร์ยังมีภารกิจสำคัญในวันที่ 27กันยายน 2562 เดินทางไปเมืองเจนไนเพื่อเปิดสัมมนาโอกาสใหม่ทางธุรกิจและอุตสาหกรรมยางระหว่างไทยกับอินเดียพร้อมกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจและจะมีการทำข้อตกลง MOU หลายรายการที่เป็นมูลค่าทางการค้าในพื้นที่อินเดียตอนใต้นั่นคือเมืองเจนไน