ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุ สาเหตุหลักที่การเจรจาเพื่อลงนามสัญญาระหว่างกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้งส์และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพีกับคณะกรรมการคัดเลือกฯ ยังไม่มีข้อยุติ มาจากประเด็นการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งต้องจัดทำเป็นรายละเอียดแนบท้ายสัญญา
ในการประชุมล่าสุดที่มีอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้ข้อสรุปว่าการจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญาดังกล่าว ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในระเบียบที่กำหนดไว้ในเอกสารคัดเลือกเอกชน ที่เรียกว่า Request for Proposal หรือ RFP
โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามสัญญาร่วมทุนก่อน หลังจากนั้น รฟท.จะออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงานก่อสร้าง คือ Notice to Proceed หรือ NTP ในอีก 1 ปีหลังลงนามสัญญา ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่อยู่นอกเหนือจาก RFPขณะที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ไม่สามารถตอบได้ว่า เหตุใดจึงต้องนำเอกสารแนบท้ายมาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องมีเอกสารแนบท้ายที่ถือว่าขัดต่อ RFP จึงขอให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ตัดส่วนนี้ออกจากสัญญา รวมทั้งเนื้อหาที่เกินขอบข่ายอำนาจของคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในการประชุมวันที่ 27 กันยายน เพื่อให้เกิดการลงนามสัญญาภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังบอกว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง คณะกรรมการคัดเลือกฯไม่เคยส่งร่างสัญญามาให้พิจารณา และครั้งนี้ถือเป็นการตรวจสอบเอกสารครั้งแรก ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าคณะกรรมการคัดเลือกฯ ใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบข่าย จึงต้องให้ตัดเนื้อหาที่เกินจากข้อกำหนดออก และหากเกิดปัญหาการฟ้องร้องในอนาคต คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
คงต้องรอดูว่า การตัดทิ้งเอกสารแนบท้ายสัญญาในประเด็นการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง จะมีผลต่อการตัดสินใจลงนามสัญญาของกลุ่มซีพีมากน้อยเพียงใด และกำหนดเริ่มต้นงานก่อสร้างจะนับหนึ่งได้เมื่อใด เพราะนาทีนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าโอกาสที่ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน จะเปิดให้บริการตามที่กำหนดในปี 2568 นั้น เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน