เนชั่นทีวี

ข่าว

ค้าชายแดน 8 เดือน ปี 62 ติดลบ 1.16%

25 ก.ย. 2562 | orawan_jan

ค้าชายแดน 8 เดือน ปี 62 ติดลบ 1.16%

กรมการค้าต่างประเทศ ระบุ ยอดค้าชายแดน-ผ่านแดน 8 เดือนปี 62 เพิ่มขึ้นแค่ 0.07% เฉพาะค้าชายแดน 4 ประเทศติดลบ 1.16% เหตุได้รับผลกระทบสงครามการค้า ค่าเงินแข็งค่า แต่มีข่าวดี สมช. ไฟเขียวเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ขยายการเปิดด่านไทย-มาเลเซีย 24 ชั่วโมงอีก 9 เดือน คาดช่วยดันการค้าชายแดน

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 8 เดือนของปี 2562 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 915,517.39 ล้านบาท ขยายตัว 0.07%เป็นการส่งออก 509,045.79 ล้านบาท ลดลง 1.65% และการนำเข้า 406,471.60 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2.31% เกินดุลการค้า 102,574.19 ล้านบาท 


แยกเป็นการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน4 ประเทศ มูลค่า 729,869.62 ล้านบาท ลดลง 1.16% เป็นการส่งออก 409,664.97 ล้านบาทลดลง 5.11% นำเข้า 320,204.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.39% เกินดุลการค้า 89,460.31ล้านบาท และการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ มูลค่า 185,647.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.24%เป็นการส่งออก 99,380.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.76% นำเข้า 86,266.95 ล้านบาท ลดลง4.74% เกินดุลการค้า 13,113.88 ล้านบาท


 

ทั้งนี้ ในด้านการค้าชายแดนมาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มีมูลค่า 357,829.02 ล้านบาท ลดลง 4.78%เป็นการส่งออก 170,368.69 ล้านบาท ลดลง 12.84% นำเข้า 187,460.33 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 3.96% รองลงมา คือ เมียนมา มูลค่า 133,865.78 ล้านบาท สปป.ลาว มูลค่า131,812.67 ล้านบาท และกัมพูชา มูลค่า 106,362.16 ล้านบาท 



ขณะที่การค้าผ่านแดนจีนตอนใต้มีมูลค่าสูงสุด มูลค่า 88,655.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.83% เป็นการส่งออก40,014.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.49% นำเข้า 48,640.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.67%รองลงมา คือ เวียดนาม มูลค่า 48,970.66 ล้านบาท และสิงคโปร์ มูลค่า 48,021.80ล้านบาท

 


นายอดุลย์ กล่าวว่าสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนยังคงมีการขยายตัวแบบชะลอตัวเพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีนที่ยังคงยืดเยื้อ จนเกิดความไม่มีเสถียรภาพของค่าเงินของแต่ละประเทศรวมถึงไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค และหากพิจารณาเป็นรายประเทศ พบว่าการค้าด้านมาเลเซีย การส่งออกยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อาทิกลุ่มสินค้ายางพารา/ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ 



ขณะที่สปป.ลาว สถานการณ์การค้ายังคงหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล/น้ำมันสำเร็จรูปรถยนต์ อุปกรณ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆด้านเมียนมา การส่งออกยังคงหดตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สำหรับกัมพูชานับเป็นประเทศที่การค้าขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกสูงถึง 18.90%โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์ อุปกรณ์สินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ เป็นต้น



ค้าชายแดน 8 เดือน ปี 62 ติดลบ 1.16%


ขณะที่การค้าผ่านแดน จีนตอนใต้มีอัตราขยายตัวสูงถึง 37.83% สินค้าส่งออกที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ผักผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ลำไยแห้ง ด้านเวียดนาม การส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ลำไยแห้ง อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด ส่วนสิงคโปร์สถานการณ์การค้ามีภาวะหดตัว อาทิกลุ่มสินค้าเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบเครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า


 

นายอดุลย์ กล่าวว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดนโดยล่าสุดในการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิด-ระงับหรือปิดจุดผ่านแดนประเภทต่างๆครั้งที่ 2 /2562 ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นชอบให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดบริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการให้พร้อมก่อนประกาศเปิดด่านอย่างเป็นทางการต่อไป  



นอกจากนี้ได้เห็นชอบทดลองขยายเวลาทำการด่านศุลกากรสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม24 ชั่วโมง เพิ่มอีก 9 เดือน (ตั้งแต่ 17 ก.ย. 2562 - 16มิ.ย. 2563 ) ซึ่งจะช่วยให้การค้าชายแดนไทย-เมียนมา และไทย-มาเลเซียขยายตัวได้เพิ่มขึ้น


 

สำหรับผลการจัดกิจกรรมกระตุ้นการค้าชายแดนในช่วงที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 12-15 ก.ย ที่ผ่านมา กรมฯ ได้จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต สานสัมพันธ์การค้าเชื่อมโยงสองฝั่งโขง ณ จังหวัดมุกดาหารเพื่อส่งเสริมและผลักดันการค้าการลงทุนชายแดนไทย-สปป.ลาว 



โดยในช่วงการจัดงานมีการลงนาม MOU ระหว่างผู้ประกอบการ YEN-D ไทยกับสปป.ลาว 5 คู่ มูลค่าซื้อขายกว่า 323 ล้านบาท ในวันที่ 13-15 ก.ย 2562ได้นำกลุ่มผู้ประกอบการ YEN-D รุ่นไทย-มาเลเซียสร้างความสัมพันธ์และเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียมีการจับคู่ธุรกิจกว่า 20 คู่ เกิดมูลค่าการค้าทันทีกว่า 100 ล้านบาท และในวันที่20-22 ก.ย. 2562 ได้นำกลุ่ม YEN-D รุ่นไทย-อินโดนีเซีย เจรจาจับคู่ธุรกิจณ กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เกิดการจับคู่ธุรกิจ 23 คู่ และมูลค่าการซื้อขายภายใน3 ปี กว่า 760 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด