เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร "สรศักดิ์ เพียรเวช" กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดขอนแก่น ตัดสินประหารชีวิต "นายนวัธ" ซึ่งล่าสุดศาลอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ว่า...

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หากนายนวัธ ไม่ได้ประกันตัว ตามหลักกฎหมายเมื่อนายนวัธ ต้องเข้าไปอยู่ในห้องขัง ทำให้สถานภาพความเป็นส.ส.ของนายนวัธสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) บัญญัติเกี่ยวกับการสิ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. และรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 บัญญัติถึงลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตอนหนึ่ง คือ ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล โดยจะส่งผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ใหม่ ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสภาพเป็นต้นไปขณะที่ อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก ระบุว่า กรณีพ้นสมาชิกภาพ ส.ส. คือกรณีที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือกรณีที่ต้องคำพิพากษาและถูกจำคุกโดยหมายศาล ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ต้องพ้นสมาชิกภาพ ส.ส. และปกติ กกต.จะเป็นผู้แจ้งผลอย่างเป็นทางการ
ส่วนกรณีนายนวัธ เป็นเพียงการตัดสินของศาลชั้นต้น และหากได้รับการประกันตัวหรือไม่ได้ติดคุก ก็จะไม่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามหรือพ้นสมาชิกภาพ ส.ส. แต่หากศาลไม่ให้ประกันตัวและถูกสั่งจำคุกระหว่างการอุทธรณ์คดี ก็จะเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (6) ที่ห้ามผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลเป็น ส.ส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามรัฐธรรมนูญมีการบัญญัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ คือ มาตรา 98 (6) ที่ห้ามผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลเป็น ส.ส. รวมถึง มาตรา 101 (13) ของรัฐธรรมนูญ ระบุการสิ้นสมาชิกภาพของส.ส. กรณีสิ้นสภาพเพราะต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
อดีตโฆษก กรธ. อุดม รัฐอมฤต กล่าวว่า จากคำพิพากษาดังกล่าวยังไม่มีผลต่อสถานะความเป็น ส.ส. รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายนวัธ เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคท้าย ระบุไว้ว่า กรณีมีการฟ้อง ส.ส.หรือ ส.ว.ในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นต้องมาประชุมสภา เท่ากับว่าการพิจารณาคดีทั้งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่การเรียกนายนวัธ ไปดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในวันที่มีการประชุมสภาจะกระทำไม่ได้เท่านั้นที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวว่า กรณีของนายนวัธ ถือยังไม่กระทบกับสมาชิกภาพการเป็นส.ส. เนื่องจากนายนวัธ ใช้สิทธิประกันตัวและขออุทธรณ์คดี จึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด อย่างไรก็ตามหากศาลไม่ให้ประกันตัวและถูกจำคุก ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อสมาชิกภาพเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าจะติดคุก แต่กฎหมายระบุไว้ว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดต่อเมื่อคดีถึงที่สุดเท่านั้น ต่างกับความเป็นรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ว่าเมื่อติดคุกแล้วจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที