ล่าสุด รัฐบาลเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรแพ็กเกจใหญ่ ที่จะมีการดูแลเกษตรกรและชุมชนระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือประชารัฐระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ในระยะ 3 ปี วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท
อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมที่จะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชน ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบบูรณาการทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ในรูปแบบประชารัฐที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยยังไม่สามารถตอบได้ว่ามาตรการจะออกมาชัดเจนภายในก.ย. เพราะการให้มาตรการที่ออกมานั้นหวังผลได้ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการทำงาน ส่วนการขยายตัวเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีในปีนี้ ยังคงยึดเป้าการเติบโต 3% ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมิน แต่เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือในการทำงาน ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลทำออกมา เชื่อว่าผลก็จะออกมาดีสุด
ด้านอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธ.ก.ส. คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากภายใต้ความร่วมมือประขารัฐ เบื้องต้นมาตรการที่ใช้ดูแลภาคเกษตรจะแตกต่างกับมาตรการที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่มาตรการใหม่จะเป็นระยะยาว เพื่อความยั่งยืน โดยจะเน้นการช่วยเหลือเป็นพื้นที่ว่าพื้นที่ดังกล่าวหรือชุมชนนั้นปลูกพืชชนิดใด ทำเกษตรแบบไหน และต้องได้รับการปรับปรุงหรือเพิ่มประสิทธิภาพส่วนใด จะมีการตั้งงบประมาณแล้วเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งมาตรการอาจออกมาในรูแบบสินเชื่อต่างๆ
ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาเดือดร้อนจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวได้รับความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมในปีนี้
ขณะที่ ประนอม บังอร ชาวนาอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ระบุ การจ่ายเงินไร่ละ 500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ เพื่อลดต้นทุนการปลูกข้าวนั้น บรรเทาผลกระทบให้ชาวนาได้ระดับหนึ่ง แต่ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับขาวนาขณะนี้ คือมีข้าวเหลือน้อยที่จะนำมาขายในตลาด เพราะได้รับความเสียหายจากภัยแล้งถือว่าหนังสุดในรอบหลายปี โดยตนปลูกข้าว 20 ไร่ เสียหาย 11 ไร่ เหลือข้าวเพียง 9 ไร่ในการขายเท่านั้น
ทีมข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวี รายงาน