พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่อนุ กมธ.ฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว แนวทางต่อไปคือการพิจารณาเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส และบุคคลที่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยอย่างไรก็ตามการตรวจสอบดังกล่าวกมธ.ฯไม่ตั้งใจที่จะให้ศาลประเทศออสเตรเลียนำตัวพล.อ.ธรรมนัส กลับไปจำคุก แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นตนมองว่าเข้าข่ายขัดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีทั้งนี้ กมธ.พร้อมยุติการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปรับรัฐมนตรีที่มีปัญหาออก และนำคนดีมาทำงานรับใช้ประชาชนแทน
"ผมยืนยันว่าการทำงานของกมธ.ไม่มีปาหี่ และไม่เกรงกลัวใคร ทั้งนี้กมธ.ปราบทุจริตที่มี กมธ.มาจากหลายพรรคการเมืองรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วยนั้น หากจะนำข้อมูลไปแจ้งกับฝ่ายรัฐบาล ไม่มีปัญหาเพราะสิ่งที่ กมธ.ฯ พิจารณานั้นไม่มีประเด็นใดเป็นความลับ ทั้งนี้ผมยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวผมเป็นผู้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องนี้เอง" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว.