การเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คือสิ่งที่รัฐบาลเวียดนามกำลังให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มธุรกิจด้านพลังงานของไทยหลายรายที่เข้าไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ของเวียดนาม ซึ่งเมื่อเร็วๆ มีการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งสร้างโดยบริษัทพลังงานของไทย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แม้ว่าจะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 ที่เวียดนามจะเปิดใช้งานมาตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน แต่ล่าสุดเพิ่งจะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในฐานะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและภาคเอกชนจากทั้งไทยและเวียดนามมาร่วมในพิธีเปิด

DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ที่จังหวัดเตย์นินห์ หนึ่งในจังหวัดที่มีความเข้มข้นของแสงอาทิตย์สูงที่สุดของเวียดนาม ก่อสร้างและดำเนินการผลิตโดย บี.กริม เพาเวอร์ บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย ที่ได้เข้าไปลงทุนด้านอุตสาหกรรมพลังงานในเวียดนามมานานกว่า 20 ปี  โดยเริ่มจากการร่วมทุนสร้างโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เบียนหัว ของเวียดนามโดยในงานเปิดโรงไฟฟ้า DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ยังมีผู้บริหารหน่วยงานรัฐของเวียดนามหลายคนที่มาร่วมพิธีเปิด เช่นนายเหงียน วัน บิง หัวหน้าคณะกรรมการเศรษฐกิจส่วนกลาง นายเจิ่น ต๊วง แองห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บี.กริม เพาเวอร์ บอกว่า การมาร่วมในพิธีเปิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการสนับสนุนให้เกิดพลังงานทดแทนภายในประเทศ และขณะนี้อุตสาหกรรมพลังงานในเวียดนามก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข้อกำหนดจากนายกรัฐมนตรีของเวียดนาม หรือ Dicision No.11 ที่ระบุว่าการไฟฟ้าแห่งเวียดนาม จะเป็นผู้รับผิดชอบการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเวลา 20 ปีเวียดนามยังถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพการลงทุนสูง ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจ ที่จีดีพีขยายตัวกว่า 6-7% ต่อปี และรัฐบาลมีการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง จึงไม่แปลกที่บริษัทพลังงานหลายแห่งจะให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุน ซึ่งทางบีกริมเองก็คาดว่าจะขยายการลงทุนในเวียดนามอีกเช่นกันแม้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DAU TIENG  จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 420 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการจ่ายให้ให้บ้านเรือนกว่าแสนหลัง แต่จากจำนวนประชากรของเวียดนามที่มีมากกว่า 96 ล้านคน และการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั้วโลกที่เข้ามาสร้างฐานการผลิตสินค้า ทำให้ให้เวียดนามยังคงมีความต้องการด้านพลังงานสูงมาก และมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดนาม ที่ทำให้เกิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ นอกจากจะเป็นก้าวสำคัญของการเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเวียดนามแล้ว ยังถือเป็นก้าวสำคัญจะนำไปสู่การขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง