"เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา สมศ. ถูกมองเป็นจำเลยของสังคมว่าการประเมินจาก สมศ. กำหนดมาตรฐานตัวบ่งชี้ที่ซ้ำซ้อนกับการประเมินคุณภาพภายใน ส่งผลกระทบต่อการสอนของครู โดยเฉพาะเพิ่มภาระการทำเอกสารให้แก่ผู้รับประเมิน คือ ครู และสถานศึกษา แต่ในความเป็นจริงสถานศึกษาทุกแห่งจะได้รับการประเมินจาก สมศ. ในรอบ 5 ปีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น และเป็นการพิจารณาผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในปีนั้นๆ และพัฒนาการย้อนหลัง 2-3 ปี ซึ่งสถานศึกษามีการสรุปไว้ทุกปีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามการประเมินฯ รอบสี่ สมศ. ได้แก้ปัญหาด้วยการลดภาระด้านเอกสาร โดย สมศ. ไม่กำหนดมาตรฐานและตัวบ่งชี้การประเมินขึ้นใหม่ แต่จะเป็นการดูความสำเร็จของผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาที่ได้ประเมินตนเองไว้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ โดยสถานศึกษาเป็นผู้จัดทำมาตรฐานและเกณฑ์การประเมินของตนเองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละระดับ เพื่อให้สถานศึกษาคลายความวิตกกังวลหรือสับสนว่า สมศ. จะใช้มาตรฐานอะไรมาประเมิน"
รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวต่อว่า การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่มีขั้นตอนการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 จากเดิมที่ สมศ. จะลงพื้นที่ประเมินสถานศึกษาที่ครบรอบ 5 ปี ได้เลย แต่ขณะนี้ต้องรอหน่วยงานต้นสังกัดจัดส่งรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา พร้อมประเด็นเพิ่มเติม (ถ้ามี) มายัง สมศ. หลังจากนั้นกระบวนการประเมินจะเริ่มในขั้นตอน Pre Analysis (ขั้นตอนการวิเคราะห์ SAR) โดยทีมผู้ประเมินภายนอก เพื่อกำหนดจำนวนวันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ซึ่งการประเมินของ สมศ. เป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ไม่เป็นการจับผิด และให้สถานศึกษานำข้อเสนอแนะไปดำเนินการ เพื่อปรับปรุงพัฒนาทั้งด้านคุณภาพผู้เรียน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนต่อไป