เนชั่นทีวี

ข่าว

ฎีกายืน คุก 4 ปี! "อริสมันต์-แกนนำแดง" ล้มประชุมอาเซียน

11 ก.ย. 2562 | te

ฎีกายืน คุก 4 ปี! "อริสมันต์-แกนนำแดง" ล้มประชุมอาเซียน

วันนี้ (11 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ศาลฎีกา มีคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. กับพวก บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา

ทั้งนี้คดีนี้ ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกนายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา
คดีดังกล่าวอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจร พ.ศ.2522
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2558 ศาลจังหวัดพัทยาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้พิพากษาตัดสินจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ฎีกายืน คุก 4 ปี! "อริสมันต์-แกนนำแดง" ล้มประชุมอาเซียน

ทั้งนี้จำเลยในคดีนี้ ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง , นายนิสิต สินธุไพร , นายพายัพ ปั้นเกตุ , นายวรชัย เหมะ , นายวันชนะ เกิดดี , นายพิเชฐ สุขจินดาทอง , นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ , พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ , นายนพพร นามเชียงใต้ , นายสำเริง ประจำเรือ , นายสมยศ พรหมมา , นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายสิงทอง บัวชุม
สำหรับเหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมื่อเมษายน พ.ศ. 2552 นายอริสมันต์เป็นแกนนำผู้ชุมนุมที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนำผู้ชุมนุมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและที่สมทบจากกรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนอาเซียน
และในวันต่อมาได้กลับมาชุมนุมหน้าโรงแรมอีกครั้ง เพื่อกดดันรัฐบาลให้รับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ในช่วงเช้า จนกระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ของไทย ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ขอเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด แล้วพาผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางออกจากสถานที่ประชุม และขึ้นเครื่องบินกลับโดยทันที

ฎีกายืน คุก 4 ปี! "อริสมันต์-แกนนำแดง" ล้มประชุมอาเซียน


วันนี้มีความคืบหน้าเรื่องการเอาผิดนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อม แกนนำ นปช. รวม 13 คน ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อปี 2552 หลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาตัดสินให้มีความผิดและสั่งจำคุกเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา / ล่าสุดศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาโดยยืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คือจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งในวันนี้มีจำเลยเพียงคนเดียว คือนายศักดา นพสิทธิ์จำเลยที่ 10 เดินทางมาฟังคำพิพากษา และเข้าเรือนจำเป็นที่เรียบร้อยแล้วศาลฏีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก 12 จำเลย ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำ นปช. หลังก่อเหตุชุมนุมปิดล้อม และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วม นปช.
โดยศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 คือนายสมยศ พรหมมา เพราะเป็นมวลชนธรรมดาไม่ใช่แกนนำ ส่วนจำเลยที่มาวันนี้มีแค่จำเลยที่ 10 คือ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เพียงคนเดียว 
นางขนิษฐา รัฐกาญจน์ ทนายความของกลุ่มแนวร่วม นปช. เปิดเผยว่าสาเหตุที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจาก โจทก์ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์จึงยกประโยชน์ให้แก่จำเลย ส่วนจำเลยที่เหลือ 10 คน ในจำนวนนี้ 3 คน มีพันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ / นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ศาลจะออกหมายเรียกให้มารับฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมปีนี้ เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คนยังไม่ได้รับหมายเรียกให้มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา  ส่วนจำเลยอีก 7 คน ที่ไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจะออกหมายจับเพื่อให้มารายงานตัวต่อศาลและเข้าสู่เรือนจำทันที
ส่วนจำเลย 3 คนที่ศาลยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ ทางทนายความเตรียมที่จะเอาผิดฟ้องร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพันตำรวจโท ศราวุฒิ บุญชัย ตำรวจที่เบิกความเท็จนายธำรงค์ หลักแดน ทนายความส่วนตัวของนายอริสมันต์พงษ์เรืองรอง เปิดเผยว่าสาเหตุที่นายอริสมันต์ไม่สามารถเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพักรักษาตัวด้วยโรคเวียนศีรษะ บ้านหมุน ที่โรงพยาบาลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้น และล่าสุดหลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทนายความเปิดเผยว่าได้โทรศัพท์แจ้งผลคำพิพากษาไปถึงนายอริสมันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเดินทางมารายงานตัวกับศาลเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ซึ่งต้องรอให้อาการป่วยดีขึ้นก่อน

ข่าวล่าสุด