นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า หลังจากเห็นว่าโชเฟอร์แท็กซี่ เริ่มพูดจาไม่ดี จึงเรียกให้น้องมาถ่ายคลิปบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ แต่แท็กซี่คนดังกล่าวกลับไม่ยอมให้ถ่าย โดยได้ปัดมือถือ แล้วพูดจาว่ามีปัญญากิน ไม่มีปัญญาเหมารถกลับ ตนเลยเริ่มมีอารมณ์โมโห จึงมีปากเสียงกัน โดยทางโชเฟอร์ได้โทรศัพท์เรียกเพื่อนแท็กซี่คันอื่นมา ตนเห็นท่าไม่ดี จึงพยายามเดินหนีเพื่อไปเรียกรถแท็กซี่คันอื่น แต่เพื่อนแท็กซี่ที่ตนมีปากเสียงด้วยได้เดินมาหา พร้อมเอามีดพับจี้ที่คอ แล้วอีกมือก็กำมีดปอกผลไม้เตรียมจะจ้วงแทงท้อง เพื่อนๆ ของตนที่เห็นเหตุการณ์ จึงรีบมาดึงตนออกไป พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนั้นมีแท็กซี่พลเมืองดี ได้รับตนพาส่งกลับบ้านให้ กระทั่งในช่วงเช้าตนจึงเดินทางมาแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ต่อมาได้ปรึกษากับทางทนายความ ดังนั้น จึงได้มาแจ้งความเอาผิด 2 แท็กซี่ ในข้อหาพยายามฆ่าอีกด้วย
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้น ตนได้ให้คำปรึกษาผู้เสียหาย และมีข้อมูลว่า จุดเกิดเหตุมีมาเฟียแท็กซี่ ที่มีพฤติกรรมชอบเหมามิเตอร์ โดยไม่ยอมกดมิเตอร์ตามราคาจริง และมักมีการข่มขู่แท็กซี่ขาจร ที่มารับผู้โดยสาร พร้อมทั้งมีการปิดกั้นริมถนนหน้าอาร์ซีเอ เรื่องนี้รัฐบาลควรมาจัดการปราบปรามภัยสังคม หรือตรวจสอบว่า มีการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ด้วยหรือไม่ อีกทั้งแท็กซี่เหล่านี้ยังพกมีดพกอาวุธได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด
เบื้องต้นทางตำรวจได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติมตามที่ได้นัดหมายไว้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวคนร้าย ที่กระทำผิดทั้งสองคนแล้ว และเตรียมนำตัวมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพื่อยืนยัน ส่วนจะแจ้งข้อหาใดบ้างนั้น จะต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งเรื่องการพยายามฆ่า การปฎิเสธกดมิเตอร์รถ ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูล แล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป