กลุ่มผู้ประท้วงกระจายชุมนุมตามสถานีรถไฟใต้ดินและหน่วยราชการเมื่อช่วงเมื่อวานนี้เพื่อกดดันให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องอีก 4 ข้อที่เหลือ หลังจากนางแคร์รี หล่ำ ผู้นำฮ่องกง ยอมรับปากเมื่อวันพุธว่าจะถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นข้อเรียกร้องแรก และการชุมนุมของผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งทำให้สถานีรถไฟพรินซ์ เอ็ดเวิร์ด ต้องปิดให้บริการเมื่อเวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการประจัญหน้ากันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจที่สถานีตำรวจมงก๊ก
นอกจากนี้ผู้ประท้วงยังวางแผนจัดชุมนุมใหญ่อีกในวันเสาร์นี้ โดยจะขัดขวางเส้นทางจราจรไปยังสนามบิน แต่ตำรวจเตือนแล้วว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองของศาลที่ห้ามผู้ประท้วงชุมนุมและขัดขวางการปฏิบัติงานของสนามบิน รวมทั้งเตือนว่า ผู้ขับขี่ที่จงใจขับรถช้าเพื่อให้การจราจรติดขัดบนถนนที่มุ่งหน้าไปสนามบินจะถูกลงโทษด้วยแต่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฮ่องกงและปักกิ่ง ต่อไป
ด้านนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของรัฐบาลปักกิ่งที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง โดยกล่าวขณะแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนีที่เยือนกรุงปักกิ่งในวันนี้ว่า รัฐบาลจีนแน่วแน่ปกป้องหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" และ."ประชนฮ่องกงปกครองประชาชนฮ่องกง" นอกจากนี้จีนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลฮ่องกงในการยุติความรุนแรงและความวุ่นวายเพื่อฟื้นคืนความสงบเรียบร้อย และจีนมีความสามารถจัดการเรื่องภายในของตัวเองได้
ขณะที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิตช์ เรตติงส์ ประกาศวันนี้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของฮ่องกงจากระดับ AA+ (ดับเบิ้ลเอบวก) เป็น AA (ดับเบิ้ลเอ) และปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็นเชิงลบด้วย สืบเนื่องจากการประท้วงที่ยืดเยื้อและรุนแรง ซึ่งสร้างความกังวลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมในฮ่องกง รวมถึงเสถียรภาพและพลวัตรของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
ส่วนนางหล่ำ ตอบโต้การตัดสินใจของฟิตช์ เรตติงส์ และยืนยันว่า การประท้วงนาน 3 เดือนนี้ไม่อาจทำลายหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"ได้