นางสาววรรณลดา รัตนพานิชผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิงสาธารณรัฐประชาชนจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานฯได้มีการติดตามการเพาะปลูกทุเรียนในมณฑลไหหลำ โดยพบว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีการทดลองปลูกทุเรียนประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกโดยมีบริษัทเอกชนทดลองนำต้นทุเรียนพันธุ์ Sanno จำนวน 20ต้นจากประเทศมาเลเซียมาทดลองปลูกที่เมืองซานย่า มณฑลไหหลำ และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ทั้งนี้ Mr.Feng Xuejie ประธานของสถาบันวิจัยต้นผลไม้ฤดูร้อนของมณฑลไหหลำได้แสดงความเห็นว่า เกษตรกรยังไม่ควรจะรีบเร่งนำต้นกล้าไปปลูกเพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการทดลองสายพันธุ์และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภูมิอากาศที่เหมาะสมเพราะการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและระยะเวลาในการลงทุนปลูกทุเรียนจนถึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ต้องใช้เวลาประมาณ 4-8ปี ตามความแตกต่างของสายพันธุ์ รวมทั้งต้นทุเรียนเป็นไม้ใหญ่ต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูก ขณะที่ผลผลิตต่อพื้นที่มีจำนวนน้อยทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูงจึงคาดว่าแม้มณฑลไหหลำจะปลูกทุเรียนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสำเร็จแต่ราคาก็ไม่น่าจะต่ำกว่าราคาทุเรียนในปัจจุบันมากนัก
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรของมณฑลไหหลำให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงมณฑลไหหลำได้มีการปลูกทุเรียนมาหลายสิบปีก่อน แต่ผลผลิตที่ได้ต่ำ รสชาติไม่ดีมากจึงไม่ได้เพาะปลูกอย่างแพร่หลาย และในปัจจุบัน แม้จะประสบความสำเร็จในการทดลองปลูกทุเรียนที่นำพันธุ์จากมาเลเซียมาทดสอบแต่การนำต้นกล้าทุเรียนมาปลูกในพื้นที่นอกแปลงทดลอง ยังคงมีความเสี่ยงอยู่เนื่องจากไม่สามารถควบคุมสภาพปัจจัยทางภูมิอากาศได้เหมือนในพื้นที่แปลงทดลอง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เห็นว่าแม้มณฑลไหหลำจะยังไม่สามารถผลิตทุเรียนเข้าตลาดได้อย่างจริงจังแต่หากมีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการคัดพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรกรรมจริงทุเรียนที่ผลิตจากมณฑลไหหลำอาจสามารถเข้ามาแย่งตลาดทุเรียนสดในจีนได้ซึ่งผู้ส่งออกทุเรียนของไทยต้องรักษาคุณภาพของสินค้าว่าทุเรียนไทยเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมรสชาติดี คุณภาพสูง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในจีนเอาไว้ โดยปัจจุบันทุเรียนสดในตลาดจีนส่วนมากนำเข้าจากไทย มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 80%