เนชั่นทีวี

ข่าว

เอฟทีเอดันมูลค่าส่งออกนมไทยครึ่งปี 62 พุ่ง 11%

04 ก.ย. 2562 | orawan_jan

เอฟทีเอดันมูลค่าส่งออกนมไทยครึ่งปี 62 พุ่ง 11%

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยเอฟทีเอช่วยดันมูลค่าการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นมไทยขยายตัวต่อเนื่อง ครึ่งปีแรกของปี 2562 ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลกกว่า 260 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อาเซียนเป็นตลาดส่งออกหลักที่ไทยได้แต้มต่อจากเอฟทีเอ พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโคนม เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมในอาเซียน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้ติดตามสถานการณ์การส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยพบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตอบสนองความต้องการบริโภคนมของคนไทยที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันมูลค่าการส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยไปยังตลาดต่างประเทศก็เติบโตขึ้นเช่นกันโดยในปี 2561 ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก 477ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จากปี 2560ถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมาสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่พบว่าในเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2562ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมไปยังตลาดโลกได้สูงถึง 260ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปี 2561โดยสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น นมพร้อมดื่มยูเอชที นมเปรี้ยว โยเกิร์ต และนมจืดเป็นต้น มีตลาดส่งออกสำคัญ คือ อาเซียน ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกถึงร้อยละ 82ของการส่งออกทั้งหมดของไทย ตามด้วย จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น

ความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยโดยปัจจุบันสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยสามารถส่งออกไปยัง 14ประเทศคู่เอฟทีเอโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ได้แก่ อาเซียน จีน ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ชิลี และฮ่องกง มีเพียง 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดียและเปรู ที่ลดภาษีนำเข้าสินค้านมและผลิตภัณฑ์บางส่วนให้ไทยแต่ยังไม่เป็นศูนย์ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562การส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยไป 18 ประเทศเอฟทีเอมีมูลค่ารวมกันถึง 245ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 94ของการส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยทั้งหมด

นางอรมน กล่าวว่าอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยถือว่ามีศักยภาพการผลิตและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยจึงเป็นที่นิยมและเห็นว่าไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมในอาเซียน โดยในปี 2561ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์ไปอาเซียน 386 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18จากปี 2560 และใน 6เดือนแรกของปี 2562 ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์ไปอาเซียนแล้ว 214ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561ร้อยละ 13 เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยระหว่างปี 2561กับปี 2535ซึ่งเป็นปีก่อนที่ไทยจะมีความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกที่ทำกับอาเซียนพบว่าการส่งออกของไทยไปอาเซียนขยายตัวพุ่งถึงร้อยละ 3,841โดยในปี 2561 และช่วงต้นปี 2562พบว่ามีผู้ประกอบการขอใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์ด้วยเอฟทีเอไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนในอันดับต้นโดยพบว่า กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และสิงคโปร์เป็นตลาดที่นำเข้านมและผลิตภัณฑ์จากไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต

ทั้งนี้ กรมฯให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมไทยรองรับการค้าเสรีที่ผ่านมา จึงได้เจรจาต่อรองทยอยลดภาษีศุลกากรสินค้านมและผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศคู่เอฟทีเอแบบค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับการใช้มาตรการโควตาภาษีและมาตรการปกป้องพิเศษเพื่อช่วยภาคการผลิตและอุตสาหกรรมโคนมของไทยมีเวลาปรับตัวก่อนจะเปิดตลาดรับการแข่งขันในอนาคตอาทิ การเปิดตลาดให้กับสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในปี 2564และ 2568 นอกจากนี้ กรมฯยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์และชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เป็นต้นลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโคนมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในโลกการค้าเสรีโดยเฉพาะการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อให้สินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมฯ ยังได้จัดงาน "จัดทัพโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ"โดยมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างผู้ประกอบการผลิตสินค้านมโคแปรรูปที่มีศักยภาพ10 ราย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งจะเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โคนมแปรรูป ใช้นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าตลอดจนเพิ่มศักยภาพการผลิตและการจับคู่ธุรกิจสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศอาเซียนซึ่งจะช่วยให้สินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยสามารถแข่งขันได้และนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมในอาเซียนอย่างมั่นคง 

ข่าวล่าสุด