มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายซง ไอ (MR.ZHONG AI) ผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจชาวจีน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร้อยตำรวจเอก จักราวุธ ดอนประจำ รอง สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน หลังถูกคนร้ายโชว์เฟอร์แท็กซี่รูดทรัพย์ ก่อนถูกทิ้งไว้ริมถนนหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง กลางซอยเอกมัย 12 ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา
จากการสอบสวน นายซง ไอ (MR.ZHONG AI) ให้การว่า ตนมาทำธุรกิจเกี่ยวกับส่งออกยางพาราในประเทศไทย โดยวันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ได้ไปดื่มกินกับกลุ่มเพื่อน รวมจำนวน 3 ร้าน และย้ายมาร้านสุกี้ ย่านอาร์ซีเอ เป็นร้านสุดท้าย รู้สึกเมามากจึงขอตัวกลับในเวลาประมาณ 05.00 น. ซึ่งจำได้ว่าเรียกรถแท็กซี่ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หน้าร้านอาหารดังกล่าว แต่เผลอหลับไป จนมาสะดุ้งตื่นบริเวณข้างถนนหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ช่วงกลางซอยเอกมัย 12 ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เวลาประมาณ 07.00 น.
จากนั้นได้ตรวจสอบทรัพย์สินในร่างกาย พบว่าได้ถูกขโมยไปจนหมด โดยมีนาฬิกา ปาเต๊ะ จำนวน 1 เรือน ราคา 2,300,000 บาท แหวนเพชรหนัก 2.3 กะรัต จำนวน 1 วง ราคา 1,000,000 บาท แหวนเพชรแต่งงาน จำนวน 1 วง ราคา 200,000 บาท โทรศัพท์ ยี่ห้อ หัวเหว่ย จำนวน 1 เครื่อง ราคา 35,000 บาท โทรศัพท์ ยี่ห้อ ไอโฟน เอ็ก จำนวน 1 เครื่อง ราคา 50,000 บาท และเงินสด 30,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งหมดกว่า 3,621,000 บาท หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่า พ.ต.อ.ปรเมษฐ โพยนอก ผกก.สน.คลองตัน ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน สน.คลองตัน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าสถานบันเทิง พบรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสาร 4-5 คัน แต่ยังไม่สามารถระบุสีและทะเบียนของรถแท็กซี่ได้ ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกพยานแวดล้อม ซึ่งเป็นเลขาของนักธุรกิจหนุ่มชาวจีน รวมถึงคนขับรถแท็กซี่มาสอบปากคำประมาณ 4-5 คน ส่วนเส้นทางที่ใช้ในการก่อเหตุ และหลบหนีนั้น เบื้องต้นพบว่าผู้เสียหายได้ขึ้นรถแท็กซี่จากบริเวณทางเข้าสถานบันเทิงฝั่งถนนเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม จะต้องตรวจสอบเส้นทางที่ใช้ในการก่อเหตุ และหลบหนีอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งทั้งนี้ หากผู้ใดพบเบาะแสคนร้าย สามารถติดต่อมาทาง สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป