วันนี้ (3 กันยายน) องค์กรปกป้องโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย หรือที่รู้จักในนามองค์กร SAVE BCC ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงคณะครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดสีดำ ได้แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อปกป้องสถาบัน โดยได้รวมตัวกันมาทวงถามความคืบหน้าแถลงการณ์ครั้งที่ 1 พร้อมกับยื่นแถลงการณ์ครั้งที่ 2 ผ่านทางดร.บรรจง ชมภูวงศ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ถึงมัคนายกวิศาล มหชวโรจน์ ประธานบอร์ดของโรงเรียน
ทั้งนี้หลังจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบในทางลบต่อนักเรียน ครูและสถาบัน ซึ่งฉบับแรกได้มีข้อเรียกร้อง 4 ประการ ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงมีการยกระดับข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์แก่ครูและนักเรียน ดังนี้ 1.ขอให้รักษาการผู้อำนวยการ ดร.บรรจง ชมภูวงศ์ แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากการดำรงตำแหน่งรักษาการและผู้อำนวยการทันที
2.ขอให้ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มัคนายกวิศาล มหชวโรจน์ ออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
3.ขอให้สภาคริสตจักรในประเทศไทย ดำเนินการเปลี่ยนประธานกรรมการสอบสวน ที่ไม่เป็นกลางทันที เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม
4.ขอให้สภาคริสตจักรในประเทศไทยปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร โรงเรียนให้ถ่วงดุลโดยมีผู้แทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง
5.ขอให้สภาคริสตจักรในประเทศไทยยกเลิกคำสั่งโอนย้ายที่ไม่เป็นธรรม และให้ผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียนกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมและเข้าสู่การแสวงหาความจริง
โดยภายหลังรับมอบหนังสือ ดร.บรรจง กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาโรงเรียนในวันนี้เพื่อแสดงความห่วงใยและความรักที่มีต่อ นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ นายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ส่วนเรื่องแถลงการณ์ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบอะไร เพระหน้าที่ของในตอนนี้คือขณะที่อาจารย์ทั้งสองท่านกำลังพักงานและมีการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคาดว่าเป็นการชั่วคราวเท่านั้น ก็เพื่อให้โรงเรียนเดินหน้าไปได้ ตนเองจะดำเนินการส่งแถลงการณ์ไปยังสภาคริสตจักรในประเทศไทย ภายในวันนี้ ส่วนเรื่องการระงับงบประมาณต่างๆ ทั้งเรื่องสนามฟุตบอล อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และค่าอาหารว่าง ฯลฯ ทางดร.บรรจง กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว รวมถึงงบประมาณจตุรมิตรสามัคคีได้รับการอนุมัติแล้ว