จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปข่าวเรือประมง และคนงานในเรือจับปลาโลมา ขึ้นจากมหาสมุทร บริเวณน่านน้ำประเทศมาเลเซีย และมีการใช้ภาษาไทยสื่อสารกันบนเรือ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ก่อนจะมีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลมีเดีย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 และ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งตรวจสอบจนทราบว่า เรือประมงที่ก่อเหตุคือ เรือประมง "ส.พรเทพนาวี 9 " ซึ่งถูกระบุว่าขายให้กับนายทุนชาวมาเลเซียไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน พร้อมเปลี่ยนเป็นเรือสัญชาติมาเลเซีย และคาดว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "KNF 7779"
กระทั่ง พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบช.กมค.ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ได้ลงพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามมาดำเนินคดี โดยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวน พร้อมกับประสานงานกับกรมประมง และทางการมาเลเซีย พร้อมได้ทำการร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบช.กมค.ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นที่แน่ชัดว่า มีผู้กระทำความผิดเป็นคนไทย มีด้วยกัน 2 คน คือนายธนัญชัย หรือไต๋หาร มิ่งมิตร อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นไต๋เรือลำที่เกิดเหตุ และอีกคนคือนายสันติ หรือไต๋ติ บัวผุด อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยไต๋เรือลำดังกล่าว
ดังนั้น จึงได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กันยายน ที่ห้องประชุมพร้อมพินิจชั้น 15 สำนักงานกฎหมายและคดี