เนชั่นทีวี

ข่าว

จุรินทร์สั่งทูตพาณิชย์เป็นพนักงานขายสินค้าส่งออกกิตติมศักดิ์

28 ส.ค. 2562 | orawan_jan

จุรินทร์สั่งทูตพาณิชย์เป็นพนักงานขายสินค้าส่งออกกิตติมศักดิ์

"จุรินทร์" นำทัพประชุมมอบนโยบายทูตพาณิชย์-เกษตรและพาณิชย์จังหวัด สั่งลุยเจรจาการค้า ปรับตัวเป็นทัพหน้าช่วยเอกชน และเป็นพนักงานขายสินค้าส่งออกกิตติมศักดิ์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมมอบนโยบายเพื่อเชื่อมโยงการปฏิบัติงานของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯว่า ได้ใช้เวลาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบโซนประเทศต่างๆและได้มอบหน้าที่ทูตพาณิชย์ทั่วโลกทำหน้าที่ส่งเสริมการขาย สนับสนุนเอกชนให้สามารถเพิ่มศักยภาพการส่งออกภายใต้นโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงให้เกิดเป็นรูปธรรมให้บรรลุเป้าตามนโยบาย 10 ข้อ


ทั้งนี้ ต้องการให้ทูตพาณิชย์ส่งเสริมการส่งออกมากขึ้นเพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรในตลาดสูงขึ้น และให้ทูตเกษตรช่วยดูเรื่องการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรและช่วยเจรจาเพื่อขอขยายเวลาหรือเงื่อนไขต่างๆที่เป็นอุปสรรคพร้อมเร่งรัดเจรจาในมาตรฐานสินค้าและแก้ไขปัญหาการตรวจสินค้า


"บทบาทของการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนั้นจะต้องทำงานอย่างมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน และคิดกลยุทธ์ใหม่ตามอำนาจหน้าที่ เพราะการทำแบบเดิมทำให้ผลลัพธ์เหมือนเดิมเป็นเรื่องยากเพราะปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยน ไม่ต้องเลิกของเก่าที่ดีอยู่แล้ว แต่เพิ่มสิ่งใหม่ที่ดีขึ้นและต้องการให้ทูตพาณิชย์ปรับตัวเป็นผู้นำทัพเสริมง่นเอกชนให้สามารถส่งออกเพิ่มได้และปรับเป็นพนักงานขายกิตติมศักดิ์เพื่อให้ผ่านสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขายสินค้าในนามรัฐจีทูจีและจีทูซี มากขึ้น"


นายจุรินทร์ กล่าวว่าทูตพาณิชย์จะต้องรู้จักสินค้าและบริการ รวมถึงคุณภาพของสินค้าไทยอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เกิดการสร้างภาพลักษณ์ และขายแข่งกับผู้ค้าในตลาดโลกได้และวาระนี้ให้กลับมา Update ข้อมูลเรื่องสินค้าในรัฐบาลนี้ให้เข้าวจอีกรอบทุกคนต้องทำงานเชิงรุก อย่างมืออาชีพให้ทำแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงระยะ 3 6เดือน ทั้งนี้การไปแต่ละครั้งจะต้องเกิดผล เห็นผลเพื่อให้ตัวเลขส่งออกเพิ่มสูงขึ้นส่วนบทบาทของทูตเกษตรนั้นต้องการให้ดูแลเรื่องมาตรฐาน เงื่อนไข ข้อข้อกำหนดเกี่ยวกับสินค้าเกษตร ที่ต่างประเทศกำหนด  และเร่งรัดการเจรจาเพื่อปลดล็อกหรืออย่างน้อยขอยืดเวลาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทย


ด้านบทบาทพาณิชย์จังหวัดต้องการให้เน้นเรื่องการจดทะเบียน GI เพื่อรองรับสินค้าตามถิ่นกำเนิดในจังหวัดท้องถิ่นนั้นๆ ให้ค้นหาสินค้าที่จะสามารถขึ้นทะเบียน GI ได้และให้ช่วยดูเรื่องการค้าชายแดนเพิ่มด้วยทั้งช่วยคลี่คลายปัญหาในฝั่งประเทศไทยจะช่วยเพิ่มตัวเลขการส่งออกได้นอกจากนั้นด้านนโยบายโชห่วยให้พาณิชย์จังหวัดช่วยเสริมจากร้านธงฟ้า เร่งรัดเป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน ส่งเสริมความรู้ใช้ Software เข้าไปช่วยเรื่องการจัดการStock ให้กับร้านค้าโชว์ห่วยในท้องถิ่นด้วย

 

รายงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าด้วยว่าได้มีการประเมินสถานการณ์ส่งออกของภาคเอกชนโดยแยกเป็นส่งออกในกลุ่มสินค้าสำคัญสัดส่วน 75% ซึ่งมีสินค้าเกษตร ข้าว มันสำปะหลัง ยาง อาหาร และน้ำตาลส่วนสินค้าด้านอุตสาหกรรม มีรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยางเครื่องจักรกล เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก


สำหรับ ข้อเสนอของภาคเอกชนเพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าสำคัญคือสินค้าเกษตรนั้นมีการเสนอแนะให้จัดคณะผู้แทนการค้าเพื่อฟื้นฟูตลาด เจรจากับประเทศคู่ค้าแบบจีทูจี พร้อมสร้างความสัมพันธ์การค้าข้าวกับคู่ค้าเข้าร่วมการแสดงสินค้าในต่างประเทศมากขึ้นและให้เกษตรกรไทยพัฒนาการผลิตข้าวนุ่มเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกมากขึ้นทางด้านยางพารานั้นสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เปลี่ยนจากผลิตยางพาราเป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ยางพาราแทนเพื่อเพิ่มมูลค่าในการไปแปรรูปโดยการหาตลาดและทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ด้านมันสำปะหลังให้ความรู้และเชิญชวนให้เกษตรกรพัฒนาการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้ได้และลดต้นทุนของเกษตรกร ทำให้สามารถแข่งขันกับพืชชนิดอื่นได้


นอกจากนั้นเสนอให้อนุญาตให้ส่งออกได้โดยไม่จำกัดปริมาณอัตราส่วนสต็อคในการครอบครองของผู้ส่งออกส่วนด้านอาหารก็ขอให้มีการเร่งรัดการเจรจา FTA ระหว่างไทย ยุโรป กับไทย-อังกฤษเพื่อเปิดตลาดยิ่งขึ้นเป็นต้น นอกจากนั้นยังมียุทธศาสตร์การรักษาตลาดเดิมเช่นสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน และจีน และการเปิดตลาดใหม่ที่เอเชียใต้ละตินอเมริกา รัสเซีย และตะวันออกกลางรวมทั้งฟื้นฟูส่วนแบ่งตลาดที่เคยขยายตัวได้ดี เช่น อิรัก สหรัฐอาหรับอิมิเรตและบาเรนห์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด