27 ส.ค. 62 - ที่หอประชุมอำเภออมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่ ในเวทีพูดคุยหารือให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่กรณีตำขอใบประทานบัตรเหมืองถ่านหินของ บริษัท 99 ธุวานนท์ นายชัยยุทธ สุขเสริม หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลผู้ประกอบการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและหารเหมืองแร่ เขต 3 ในฐานะวิศวกรเหมืองแร่ บอกว่าค่าภาคหลวงแร่ที่ได้จากการทำเหมือง 60% จะแบ่งให้กับท้องถิ่น เมื่อเหมืองมีรายได้ก็จะส่งภาษีเข้าคลังนำมาพัฒนาประเทศ ต้องยอมรับว่าแร่มีความสำคัญต้องใช้ในการเผาหินปูนเพื่อทำซีเมนต์ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงความสมดุลในหลายมิติ แต่ก็จะเห็นได้ว่าการพิจารณาคำขอประทานบัตร ใช้เวลานานอยู่มาก และการอนุมัติก็จะมีคณะกรรมการแร่พิจารณาประกอบกันจากหลายกระทรวง ไม่ได้อนุมัติโดยใช้อำนาจของคนใดคนหนึ่งในส่วนเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มีความกังวลในเรื่องของแหล่งต้นน้ำและอาจเป็นกรด
หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลผู้ประกอบการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและหารเหมืองแร่ เขต 3 บอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำเหมืองถ่านหินในปนะเทศว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ถ่านหินอยู่ 40 ล้านตันต่อปี โดยมีกำลังการผลิตในประเทศ 15 - 16 ล้านตันต่อปี ส่วนใหญ่นำมาทำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และเผาปูนซีเมนต์ การอนุมัติให้สร้างเหมืองถ่านหินขึ้นในประเทศ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการนำเข้าถ่านหิน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถที่จะลงทุนเองได้เพราะไม่มีทุน จึงต้องให้เอกชนชนยอมรับความเสี่ยงในเรื่องของการทำเหมือง