เนชั่นทีวี

ข่าว

รอง โฆษก ตร. เตือนประชาชน ระวังแก๊งมิจฉาชีพ หลอกร่วมลงทุน หรือหลอกขายสินค้าตามสื่อออนไลน์

27 ส.ค. 2562 | jirun_wic

รอง โฆษก ตร. เตือนประชาชน ระวังแก๊งมิจฉาชีพ หลอกร่วมลงทุน หรือหลอกขายสินค้าตามสื่อออนไลน์

รอง โฆษก ตร. เตือนประชาชน ระวังแก๊งมิจฉาชีพ แฝงตัวหลอกร่วมลงทุน หรือหลอกขายสินค้าตามสื่อสังคมออนไลน์ ระบุ นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. สั่งเร่งปราบปรามแก็งต้มตุ๋น เพื่อบรรเทาผลร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน และนักท่องเที่ยว ย้ำ "ของฟรีไม่มีในโลก ของถูก ต้องถูกอย่างมีเหตุผล"

จากกรณีที่สื่อสังคมโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าวเกี่ยวห้วงที่ผ่านมามีการถูกหลอกลวงต้มตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลงทุน หรือการขายสินค้า การทำทัวร์ การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงความน่าเชื่อถือ หรือในรูปแบบปากต่อปาก (Word of mouth) เป็นต้น ทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง มียอดเสียหายจำนวนมาก 

รอง โฆษก ตร. เตือนประชาชน ระวังแก๊งมิจฉาชีพ หลอกร่วมลงทุน หรือหลอกขายสินค้าตามสื่อออนไลน์



เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า  ในยุคปัจจุบันที่มีสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ประชาชนอาจจะแสวงหาการลงทุนในรูปแบบใหม่ จึงอาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยอาศัยช่องว่างในการหลอกลวง หรือยใช้รูปแบบของคนมีชื่อเสียงมีความน่าเชื่อถือ ให้ประชาชนหรือผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่น จนทำให้เกิดการหลงเชื่อไปร่วมลงทุน หรือซื้อสินค้าและบริการต่างๆ โดยการนำแผนลงทุนและผลตอบแทนในระยะสั้นนำมาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมลงทุนก่อน แต่ต่อมาเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งไม่มีการจ่ายผลตอบแทนทำให้เกิดความเสียหาย อีกทั้งยังพบในรูปแบบการหลอกลวง ปากต่อปาก (Word of mouth) ทำให้ประชาชนในวงกว้างหลงเชื่อ
ทั้งนี้ ขอเรียนว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าว และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำการปราบปรามและสืบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในการหลอกลวง การฉ้อโกง ต้มตุ๋นมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ที่ได้รับผลกระทบ

รอง โฆษก ตร. เตือนประชาชน ระวังแก๊งมิจฉาชีพ หลอกร่วมลงทุน หรือหลอกขายสินค้าตามสื่อออนไลน์



โดย ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งการให้กองบัญการทุกพื้นที่มีการปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงประชาชนประเภทต่างๆ เป็นเหตุมีผู้หลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก เช่น หลอกลวงลงทุน หลอกลวงให้ขายสินค้าจากผู้มีชื่อเสียง หลอกซื้อทัวร์เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ, กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์, การกระทำในลักษณะที่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

โดยการกระทำความผิดที่พบอยู่บ่อยครั้งอาจเข้าข่ายในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยทุกคดีที่ผู้เสียหายได้มาร้อง ยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมในการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ และออกสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน นักลงทุน ขอให้พึงระลึกว่า "ของฟรีไม่มีในโลก ของถูก ต้องถูกอย่างมีเหตุผล" โดยหลักการนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้เกี่ยวกับการลุงทุน การตรวจสอบข้อมูลในการลงทุน ผู้ลงทุนต้องดูความน่าเชื่อถือของผู้ชักชวน บริษัทที่ประกอบกิจการ หลักทรัพย์ที่ใช้ในการค้ำประกัน การจ่ายผลตอบแทน งบดุล หรือตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่นวข้องเสียก่อน รวมทั้งให้ดูถึงพฤติการณ์ของผู้ชักชวน ผู้ประกอบการ หรือ นิติบุคคลโดยละเอียดและอย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมหลอกลวงดังกล่าวโดยง่าย

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.)  ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ 02 252 788 3-4 โทรสาร 02 252 788 1-2 สายด่วน 1155

ข่าวล่าสุด