เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์ประเมินจีบตอบโต้จำกัดแร่หายากส่งออกไปสหรัฐ

27 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์ประเมินจีบตอบโต้จำกัดแร่หายากส่งออกไปสหรัฐ

"พาณิชย์" ประเมินสถานการณ์กรณีจีนใช้ไม้เด็ดจำกัดการส่งออกธาตุหายากที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสมาร์ทโฟน แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องบินขับไล่ไปยังสหรัฐ หวังตอบโต้สงครามการค้า คาดสหรัฐหาแหล่งนำเข้าทดแทนจีน ชี้ไทยมีโอกาสส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐเพิ่ม

 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กล่าวว่า สนค. ได้ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์กรณีธาตุหายาก  (Rare Earth Elements : REEs)  สหรัฐฯ-จีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จีนอาจมีมาตรการจำกัดการส่งออกธาตุหายากไปยังสหรัฐฯหลังจากที่สหรัฐฯเพิ่มชื่อของบริษัทหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีนเข้าไปในรายชื่อบริษัทที่บริษัทอเมริกันไม่สามารถทำการค้าขายด้วยได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล

                

ทั้งนี้ ธาตุหายากมีความสำคัญในการใช้ผลิตสินค้าที่เป็นห่วงโซ่อุปทานทั้งเพื่อการบริโภค การอุตสาหกรรม การทหาร การผลิตสมาร์ทโฟน เครื่องมือการสื่อสารการผลิตแบตเตอรี รวมถึงเครื่องบินขับไล่ รถยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนของอากาศยานโดยในปี 2561 ประเทศที่สามารถผลิตแร่หายากได้มากที่สุดคือจีน สัดส่วนร้อยละ 70.59 ของการผลิตโลก รองลงมา ได้แก่ ออสเตรเลียร้อยละ 11.76 และ สหรัฐฯ ร้อยละ 8.82ในขณะที่ไทยมีกำลังการผลิตเป็นลำดับที่ 8 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.59

               

ในส่วนของการนำเข้าแร่หายากของสหรัฐฯกรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey:USGS) รายงานว่า ในช่วงปี 2557-2560สหรัฐฯ นำเข้าแร่หายากจากจีนถึงร้อยละ 80 รองลงมาเป็นเอสโตเนีย ร้อยละ 6ฝรั่งเศส ร้อยละ 3 และญี่ปุ่น ร้อยละ 3และในปี 2561 สหรัฐฯ นำเข้าแร่หายากจากจีน คิดเป็นมูลค่ารวม113.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

               

อย่างไรก็ตาม การจะใช้แร่หายากเป็นข้อต่อรองในสงครามการค้าของจีนเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ได้คาดการณ์ไว้บ้างแล้วซึ่งจีนเคยลดโควตาส่งออกแร่หายากให้ญี่ปุ่น ในปี 2553 และเคยลดการส่งออกแร่หายากให้สหรัฐฯญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ในปี 25555 ดังนั้นหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากไปสหรัฐฯจริง ในระยะสั้นอาจไม่กระทบต่อสหรัฐฯ มากนักเนื่องจากยังคงมีแร่หายากสำรองไว้อยู่แต่ในระยะยาวการที่จีนลดการส่งออกลง อาจทำให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้สหรัฐฯและประเทศอื่นๆ หันไปทำเหมืองแร่เอง อย่างไรก็ดี แม้ว่าสหรัฐฯจะมีการพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนค่อนข้างสูงในหลายสินค้าแต่ในภาพรวมการผลิตแร่หายากพบว่ามีหลายประเทศผลิตได้และส่งออกไปทดแทนจีนในตลาดสหรัฐฯได้ ดังนั้น การที่จีนจะระงับส่งออก Rare earth ไปสหรัฐฯจึงยังไม่เป็นเงื่อนไขหลักที่จะทำให้สหรัฐฯ จะรีบทำข้อตกลงการค้ากับจีน

               


การป้องกันปัญหาที่จะตามมาของสหรัฐฯคือ การหาแหล่งนำเข้าแร่หายากจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากจีนและพันธมิตรซึ่งสหรัฐฯ อาจเร่งเจรจากับประเทศอื่นๆ ที่มีกำลังการผลิตรองลงมาหรือทางหนึ่งสหรัฐฯ อาจต้องฟื้นฟูอุตสาหกรรมผลิตแร่หายากในประเทศที่ถูกปิดลงเนื่องจากกฎหมายที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมในส่วนของจีนก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เนื่องจากสหรัฐฯเป็นหนึ่งในผู้บริโภครายใหญ่ อย่างไรก็ตามจีนก็มีปัญหาในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในหลายด้าน



                สำหรับไทยในปี 2561 ไทยส่งออกรายการสินค้าในกลุ่มแร่หายากไปโลกมูลค่ารวม54.3 ล้านดอลลาร์ส ทั้งนี้ไทยอาจมีโอกาสทดแทนจีนในสินค้าโลหะแรร์เอิร์ทสแคนเดียมและอิตเทรียมจะผสมระหว่างกันหรือระหว่างโลหะเจือของโลหะดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม (พิกัด 280530)และสารแร่ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่นๆ (พิกัด 253090) ซึ่งสองรายการดังกล่าวไทยส่งออกไปโลกรวม 42.9 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีนรวม 9.9ล้านดอลลาร์ ดังนั้นหากสหรัฐฯ มีความจำเป็นต้องหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมไทยอาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีและทำให้สหรัฐฯ ไม่เพ่งเล็งในการใช้มาตรการทางการค้ากับไทย

ข่าวล่าสุด