เช้าวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภูมิภาคอินโด แปซิฟิก ประจำปี 2562 (Chiefs of Defense Conference 2019: CHOD 2019) ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โดยนายกฯ กล่าวชื่นชมกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิก และกองทัพไทย ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งนี้ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของโลกมีพลวัตสูงมาก ถือเป็นความท้าทายที่กระทบต่อความมั่นคงของมวลมนุษยชาติ และสังคมโลก เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกภาคส่วน (Digital Transformation) ที่ประชาชนทุกกลุ่มต้องปรับตัว และทุกประเทศควรร่วมกัน แสวงหาแนวทางป้องกัน แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายร่วมกันคือ การรักษาเสถียรอย่างยั่งยืนในโลกที่เราต้องใช้ชีวิตร่วมกันการจะเป็นเช่นนี้ได้ ต้องทำให้ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเป็นภูมิภาคแห่งการเจรจาและสร้างความร่วมมือ
เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน โดยจะต้องสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาค ด้วยการยึดกฎกติกาสากล สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ถือเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลาย ทั้งจำนวนประชากรที่มีกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ความหลากหลายของชาติพันธุ์ วัฒนธรรม รวมทั้งเป็นจุดศูนย์กลางการเจริญเติบโตทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาทั้งนี้ ภูมิภาคอาเซียน เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ทำให้อาเซียนเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ด้านการค้าและความมั่นคง อาเซียนให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ภายใต้มุมมอง "ASEAN Outlook on Indo-Pacific" เป็นแนวทางในการดำเนินความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับอินโดแปซิฟิก ส่งเสริมบทบาทการทำงานของอาเซียนที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเสริมสร้าง ความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนสนับสนุนการใช้กลไกที่มีอาเซียนเป็นผู้นำในการสร้างความร่วมมือ โดยมีกรอบความร่วมมือหลัก 4 ประการ ได้แก่
ความร่วมมือทางทะเล
การติดต่อเชื่อมโยง (connectivity)
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ
นายกฯ กล่าวย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค โดยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ ไทยได้ประกาศแนวคิด "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือร่วมใจของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ทั้งในและนอกภูมิภาค
โดยไทยสนับสนุนการพูดคุยและการเจรจาในเวทีระดับนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุน กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในแต่ละระดับ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังเห็นว่า นอกจากการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ก็ต้องสร้างความยั่งยืนในมิติอื่นๆ ด้วย
เนื่องจากทุกมิติมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง ความยั่งยืนในทุกมิติ ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ทุกประเทศควรคำนึงในทุกการตัดสินใจ และถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคและโลกในระยะยาว
ช่วงท้าย นายกฯ กล่าวย้ำว่า ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก จะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน ตลอดจนถ่ายทอดแนวความคิดดังกล่าวไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง และคนรุ่นต่อๆ ไป โดยจะจับมือกันและ "ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน" เพื่อวางรากฐานให้ภูมิภาคของเรา มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรือง อย่างยั่งยืน