เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางไป ยื่นหนังสือแจ้งคำกล่าวหา
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ในข้อกล่าวหา การปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตกรณีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรกว่า 109 ล้านบาท ไปเป็นงบเพาะชำกล้าไม้ กว่า 55 ล้านกล้า
เมื่อครั้งนายธัญญา ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักส่งเสริมการปลูกป่ากรมป่าไม้ โดยดำเนินการเมื่อวันที่ 11 , 20 ส.ค. 2553 ซึ่งจะมีเวลาในการดำเนินงานเพียง 1 เดือนและไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ได้มีการเบิกเงินงบประมาณไปจนหมดสิ้น ทั้งๆที่ยังคงมีกิจกรรมในการดำเนินการอีกเป็นจำนวนมาก
ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด จึงขอให้ ป.ป.ช.เร่งรัดให้สอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่าง รวมถึงกรณีอื่นด้วย
ต่อมานายสมัคร เปิดแถลงข่าวว่า ได้ไปยื่นหนังสือแจ้งคำกล่าวหา นายธัญญาเนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ในข้อกล่าวหาการปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต กรณีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรกว่า 109 ล้านบาท ไปเป็นงบเพาะชำกล้าไม้
โดยขอให้ ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบสวน เพราะก่อนหน้านี้ไปร้องเรียนกระทรวงทรัพยากรฯซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า และขอให้ตั้งสอบสวนกรณีการเลื่อนเงินเดือนให้เมียตัวเอง คือ นางพิสมัยเนติธรรมกุล นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ในอัตราร้อยละ 6 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุด ประจำปีงบประมาณ 2559 ครั้งที่1 รอบการประเมินเดือน ต.ค. 2558 - เดือน มี.ค. 2559 และพรรคพวกใกล้ชิดกว่า 10 ราย
ซึ่งถือว่าไม่มีความเหมาะสมเพราะเงินที่กันไว้ 0.15 เปอร์เซ็นต์นั้น มีเงื่อนไขกำหนดไว้ในประกาศกรมอุทยานฯ ข้อที่ 6 กล่าวคือ ต้องเพิ่มให้กับ 1.ข้าราชการดีเด่น 2.ผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย 3.ผู้ที่ได้รับมอบหมายงานพิเศษจากอธิบดี ซึ่งจะต้องมีผลงานดีเด่นปรากฎชัดด้วย และผู้ที่จะบริหารวงเงินนี้คืออธิบดีและรองอธิบดีเท่านั้น ไม่ใช่ ผอ.สำนัก ที่นายธัญญา กล่าวอ้าง ซึ่งกระทรวงทรัพยากรฯมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
นายสมัคร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับ 5 อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่เป็นผู้ระวังชี้แนวเขตจนมีการออกโฉนดโดยมิชอบ และที่ดินมีการเพิกถอน และยกเลิกคำขอออกโฉนดบางแปลง และมีเพื่อนร่วมรุ่นอธิบดีถูกสอบ 2 ใน 5 คน และในการไปตรวจสอบพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ย่อมรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าที่ดินแปลงดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานฯ แต่กลับไม่ยอมตรวจยึดจับกุมและให้ความเห็นในทางบวกกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน จนเกิดความเสียหายแก่อุทยานฯเป็นมูลค่าสูงหลายพันล้านบาท
อธิบดีกลับไม่เร่งรัดการสอบสวน และเรื่องต่าง ๆยังคงเงียบหายไปทั้งที่เวลายาวนานเกือบ 4 ปี แล้วอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. 27 มีนาคม 2561 ที่ระบุว่า กรณีมีเรื่องร้องเรียนทุจริต ให้กระทรวงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จภายใน7 วัน จากนั้นพิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็วซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วันและเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต