พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นปี 2562 PrimeMinister's Export Award 2019 (PM Award) โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวรายงานกรณีการเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานดีเด่นโดยการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าการริเริ่มและพยายามบุกตลาดต่างประเทศภายใต้ชื่อการค้าของตนเองและมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการสนับสนุนสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการที่มีส่วนผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศให้เพิ่มตัวเลขการส่งออกซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ทรงคุณค่าโดยรางวัลแห่งความสำเร็จนี้ส่งผลเกิดการกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับรางวัลได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลรวมถึงทำให้ผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มความเชื่อมั่นต่อผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับรางวัลในการผลิตสินค้าและบริการอีกด้วย
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2561 รวม 27ปีมีบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลแล้ว 573 บริษัท 674 รางวัล ส่วนในปี 2562 ก็ได้มีการแบ่งรางวัลออกเป็น 7 ประเภท มีทั้งประเภทส่งออกยอดเยี่ยมนวัตกรรมยอดเยี่ยม แบรนด์ไทยยอดเยี่ยม การบริการยอดเยี่ยมซึ่งในนี้มีทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ โลจิสติกส์และอื่นๆนอกจากนั้นยังมีรางวัลประเภทสินค้าท้องถิ่นหรือโอท็อปยอดเยี่ยมสินค้าฮาราลยอดเยี่ยมด้วย
ด้านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นประจำปีนี้และปรารถนาว่าจะได้รับการส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศชาติได้มากยิ่งขึ้นโดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการทำงานร่วมกันในระยะยาว แม้จะมีอุปสรรคปัญหาอยู่บ้านแต่โดยรวมแล้วรัฐบาลรับรู้ดีว่าปัญหาอยู่ที่ใดและจะแก้อย่างไรจึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือช่วยกัน
นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าภาคการส่งออกและภาคธุรกิจมีความเข้มแข็งก็จะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากของเรามีความมั่นคงประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพราะจะเป็นการดูแลครบวงจรทั้งเรื่องการผลิตแปรรูปและการตลาดต้องเคลื่อนไปพร้อมกันและทำอย่างไรที่จะให้ผู้ผลิตขั้นต้นนั้นสามารถอยู่ได้ระยะยาวโดยรัฐบาลมีหน้าที่ปรับแก้กันต่อไป