มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 3 แสนล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หวังกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ ให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อประคองการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้โตเกิน 3% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนที่ออกมาครั้งนี้ จะทำให้เศรษฐกิจระยะสั้นกระเตื้องขึ้นมาได้บ้าง เนื่องจากจะมีการจับจ่ายของประชาชนมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนถึงจะเห็นภาพชัดเจน แต่สิ่งสำคัญคือมาตรการที่มีเม็ดเงินจำนวนมากขนาดนี้ต้องถึงมือผู้บริโภค เกษตรกร ภาคการท่องเที่ยว และกลุ่มผู้ประกอบการจริงๆ และต้องมีขั้นตอนดำเนินการที่โปร่งใส รอบคอบ ไม่ใช่ล่าช้า เพื่อป้องกันปัญหาการคอร์รัปชั่นในภายหลัง
ล่าสุดจากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่างตอบรับเป็นเสียงเดียว เพราะจะช่วยเข้ามาเสริมรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยซบเซา ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเชื่อว่ามาตรการที่รัฐบาลทำออกมา จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย และน่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ และยังช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ การช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ด้วยการปรับเพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะแจกเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีก 2 เดือน ตั้งแต่สิงหาคม-กันยายน 2562 ให้กับผู้ถือบัตรคนละ 500 บาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยใช้งบประมาณ 14,600 ล้านบาท มีผู้ได้รับสิทธิทั้ง 14.6 ล้านคน
การช่วยเหลือภัยแล้งจังหวัดที่ได้รับกระทบอย่างน้อย 13 จังหวัด โดยให้ ธ.ก.ส. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ออกสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ฟรีดอกเบี้ยปีแรก รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ขยายเวลาชำระหนี้เงินต้น และช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้เกษตรปลูกข้าวนาปีที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรสนับสนุนต้นทุนการผลิต
มาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลจะสนับสนุนประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปให้ใช้จ่ายรายละ 1,000 บาท ผ่านระบบ e money ของธนาคารกรุงไทย
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน