ต่อมาผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลไทย โพสต์เฟซบุ๊คกรณีพะยูนมาเรียมเสียชีวิตจากขยะพลาสติก หัวข้อ "เจ็ดข้อที่มาเรียมฝากไว้" มีเนื้อหาระบุดังนี้
มาเรียมจากไปแล้ว ผลการชันสูตรพบเศษถุงพลาสติกในท้อง การจากไปของเธอบอกอะไรเราได้บ้าง เจ็ดข้อที่มาเรียมฝากไว้
หนึ่ง - นับจากต้นปี มาเรียมเป็นสัตว์สงวนรายที่สองที่ตายและพบพลาสติกในท้อง หลังจากเมื่อเดือนก่อน พบเต่ามะเฟืองตายที่ระยอง โดยมีถุงใบใหญ่อยู่ในท้องเช่นกัน
สอง - นับจากต้นปี มีสัตว์หายากที่ตาย/บาดเจ็บโดยมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับขยะทะเล ทั้งภายนอกและภายใน จำนวนนับร้อยตัว (มีรายงานเต่าทะเลติดขยะ/กินขยะแทบทุกวัน)
สาม - เมื่อพลาสติกเข้าไปในตัวสัตว์ทะเล โอกาสที่จะช่วยเป็นไปได้ยากยิ่ง แม้มาเรียมจะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างดี แต่สุดท้ายก็จากไป
การหวังให้สัตว์ที่กินขยะทะเลเข้าไปแล้วเราช่วยเหลือได้ เป็นเรื่องดังฝัน สิ่งสำคัญกว่านั้นคือทำอย่างไรให้ไม่มีขยะทะเล เพื่อสัตว์ทะเลจะได้ไม่กิน/ติด
สี่ - มาเรียมทำให้เกิดแผนพะยูนแห่งชาติ จะเข้าคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ภายใต้คณะกรรมการทะเลแห่งชาติ เพื่อพิจารณาในวันจันทร์
ในแผนมีหลายเรื่องสำคัญ ทั้งด้านการอนุรักษ์พะยูน จัดการพื้นที่ร่วมกัน มาตรการต่างๆ ในการใช้ประโยชน์จากทะเล ฯลฯ ซึ่งทุกคนล้วนหวังว่า เมื่อทำออกมาแล้ว จะช่วยเพื่อนๆ ของมาเรียมได้
ทว่า...มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีแผนใดสามารถทำได้ หากปราศจากความร่วมมือของทุกคนในชาติ คือปัญหาจากขยะทะเล แม้แผนพะยูนแห่งชาติจะประสบความสำเร็จ แต่ตราบใดที่ในทะเลยังมีขยะ พะยูนทุกชีวิตก็ยังคงเสี่ยงต่อไป
ห้า - ข้อมูลการเก็บขยะทะเลอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 2 ปีของอุทยานอ่าวพังงา ต้นทางของขยะทะเลในกระบี่และตรัง ที่อาศัยของน้องมาเรียมและฝูงพะยูน แสดงให้เห็นว่า ขยะทะเลไม่ได้ลดลงเลย อันที่จริง เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
ใน 10 เดือนแรกของปี 61 เจ้าหน้าที่อุทยานเก็บขยะทะเลได้ 82.3 ตัน ใน 10 เดือนแรกของปี 62 เก็บได้ 95.28 ตัน (ปีงบประมาณ). เจ้าหน้าที่กลุ่มเดิม พื้นที่เก็บขยะที่เดิม เก็บทุกวัน ข้อมูลนี้จึงเชื่อได้ว่า ปัญหาเรื่องขยะทะเลยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (รายละเอียดอยู่ในโพสต์ก่อนของผมครับ)
หก - การจากไปของน้องมาเรียม คงช่วยกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะทะเล/ขยะพลาสติกได้อีกครั้ง แต่เท่านั้นจะพอหรือ ?ความตายของสัตว์ทะเลต่างๆ ในอดีต รวมทั้งวาฬนำร่องที่สงขลา เต่ามะเฟืองที่ระยอง ทำให้เราตระหนักครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้อมูลขยะทะเลที่เพิ่มขึ้นในอ่าวพังงา แสดงให้เห็นชัดว่า แค่ตระหนักยังไม่พอ แค่เลิกใช้ 2-3 วันจากนั้นก็กลับมาใช้ต่อ
มันเป็นเพียงกระแสชั่ววูบ มาเรียมเป็นเสมือนเด็กน้อยในสงครามระหว่างมนุษย์กับขยะทะเล สงครามกับความรับผิดชอบของพวกเราเอง สงครามที่พวกเรากำลังจะพ่ายแพ้...
เจ็ด - หากอยากให้การจากไปของมาเรียมไม่สูญเปล่า เราต้องไปให้ไกลกว่าคำว่าตระหนัก เราต้องไปให้ถึงมาตรการลดพลาสติกจากต้นทาง ตามโรดแมปแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ที่กำหนดไว้ในปี 65 (ถุงก๊อบแก็บ หลอด แก้วใช้แล้วทิ้ง ฯลฯ) เคราะห์ดีที่ท่านผู้บริหารระดับสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งท่านรัฐมนตรี ท่านปลัดคนใหม่ (อธิบดีกรมทะเล) ฯลฯ ล้วนเคยลงไปเยี่ยมน้องมาเรียม
การจากไปของมาเรียม อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการเร่งรัดโรดแมปที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความจริงก่อนปี 65 เพราะยิ่งรอ สัตว์ทะเลก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งทรมาน ยิ่งตาย ในฐานะประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ผมจะเสนอประเด็นเร่งรัดมาตรการแบนพลาสติกเข้าที่ประชุมแน่นอนที่เหลือ ก็คงต้องฝากไว้กับความรักระหว่างคนกับน้องมาเรียม มันเหมือนเป็นบทพิสูจน์ความรักความจริงใจของคนไทยกับท้องทะเล
สุดท้าย หากมาเรียมพูดได้ เธอคงอยากบอกคนไทยว่า เธอไม่โกรธคนไทยหรอก เพราะคนที่ใช้ถุงใบนั้น คงไม่รู้หรอกว่า นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เธอป่วย แต่เธอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก กับเพื่อนๆ ของเธอ พะยูน เต่า โลมา วาฬ ฯลฯ
ในช่วงชีวิตของมาเรียม เธอคงฝันถึงทะเลที่สวยสะอาด ทะเลที่เธอสามารถโลดแล่นไปได้ตามใจปรารถนา สามารถกินหญ้าทะเลได้อย่างไร้กังวล ทะเลที่ปราศจากขยะแปลกปลอมของมนุษย์ วันนี้ เธอคงอยู่ในทะเลแห่งนั้นแล้ว
ด้าน น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเสียชีวิตของพะยูนน้อยมาเรียมว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าผลักดันโครงการมาเรียมโปรเจค เพื่อให้เกิดการกระทำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เรื่องรณรงค์การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง รวมไปถึงการลด ละ เลิก การใช้พลาสติก ที่รณรงค์กันมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ด้วยกระแสของน้องมาเรียมหวังว่าจะช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนที่รักน้องมาเรียม ผันเอาความรัก ที่มีต่อมาเรียม มาเป็นการทบทวนกิจกรรมของตัวเองว่าได้มีส่วนทำร้ายและทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เช่น การทิ้งขยะ การใช้ภาชนะต่างๆ การใช้น้ำ อย่างไรก็ตามในเวลาที่เราไปท่องเที่ยวที่ไหน นำอะไรไปก็ช่วยเอากลับไปด้วย เพราะเราอาจจะมีส่วนทำให้สิ่งมีชีวิตที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตายโดยที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจ ขอให้ใช้กระแสน้องมาเรียมช่วยกันรณรงค์สิ่งเหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่อทุกคน เพื่อทุกสรรพชีวิต เพื่อโลกของเรา อยากให้ทุกคน ไม่ใช่ระลึกถึงมาเรียมแค่วันนี้ สัปดาห์นี้หรือเดือนนี้ อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง ขอให้นึกถึงมาเรียมไปนานๆ เวลาจะทิ้งขยะหรือใช้พลาสติกใดๆขอให้คิดถึงหน้ามาเรียมเอาไว้"
ล่าสุดบนโลกโซเชียลในขณะนี้ ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กNutvadee Supradit ซึ่งเธอได้เผยคลิปขณะที่อีกากำลังจิกกินถุงพลาสติก โดยมีข้อความระบุว่า
เจอกับตัวเลยจะร้องไห้วะ อยู่บนรถเมล์ ทำไรไม่ได้เลย #เลิกใช้ถุงพลาสติกเถอะมนุษย์ ขอร้อง
ซึ่งคลิปดังกล่าวได้แชร์กันมากบนโลกโซเชียลในขณะนี้ และมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนท์วิพากษ์วิจารณ์สงสารอีกา และความมักง่ายของคนที่ทิ้งขยะพลาสติกกันมากมาย