นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยในการเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง "
การพัฒนาผู้ประกอบการSMEs ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล"ว่า เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างครบวงจรรวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบแก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาในการเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาคอันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก
ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องเผชิญปัญหาการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องมีการนำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AI,Iot, Blockchain, Clould, Big Data, E-Commerce การขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งการค้าขายไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศแต่อย่างเดียว ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงต้องมีการปรับตัวให้สามารถแข่งขันและสร้างแต้มต่อความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในเวทีโลกกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการให้มีการปรับตัวเข้าสู่ยุคประเทศไทย4.0 ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) ซึ่งทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในระบบเศรษฐกิจดังกล่าว
ทั้งนี้กรมฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (Intellectual Property Innovation Driven Enterprise Center : IP IDECenter) ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีทีมบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมุ่งให้บริการข้อมูลและองค์ความรู้ไปใช้ในการผลิตสินค้าและบริการตามนโยบายไทยแลนด์4.0 เพื่อสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและการค้าของไทย
นายทศพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีองค์ความรู้ที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัล มีการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี โดยใช้ฐานข้อมูลสิทธิบัตรการคิดค้นนวัตกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการประกอบธุรกิจการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านระบบ Madrid Protocol
การยื่นคำขอจดสิทธิบัตรในต่างประเทศด้วยPCT รวมถึงการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบ e-Filing โดยในเรื่องการตลาด ผู้ประกอบการได้เรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางการขายสินค้าออนไลน์การจัดทำแผนธุรกิจ การระดมทุนและหาแหล่งเงินทุน ทั้งนี้การสัมมนาดังกล่าวได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบการ SMEs นักประดิษฐ์ นักวิจัย เจ้าของผลงานทรัพย์สินทางปัญญา อาจารย์และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs จำนวนกว่า 300 คน
"กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้มีแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร มีการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดของธุรกิจในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป"