กระทรวงการอุดมฯ ผลักดันนโยบายนวัตกรรม
19 ส.ค. 2562 | pantipa_jit

"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" มอบนโยบายกระทรวงการอุดมฯ เน้นนวัตกรรม สตาร์ทอัพ ขณะที่สภานโยบายการอุดมฯ ตั้ง "วีระพงษ์ ศักรินทร์" คุมงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ กับ อุดมศึกษา
ข่าว
19 ส.ค. 2562 | pantipa_jit

"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" มอบนโยบายกระทรวงการอุดมฯ เน้นนวัตกรรม สตาร์ทอัพ ขณะที่สภานโยบายการอุดมฯ ตั้ง "วีระพงษ์ ศักรินทร์" คุมงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ กับ อุดมศึกษา
เพราะขณะนี้ โอกาสการลงทุนจากต่างประเทศมาถึงหน้าบ้านทั้ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเป็นต้น ดังนั้น ต้องเร่งสร้างคนโดยเฉพาะกำลังการผลิตในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ให้ได้จำนวนตามต้องการ ระหว่างปี 2563 2565
โดยในส่วนของกลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ขอ 25,000 คนต่อปีมหาวิทยาลัยราชภัฎ 17,000 คนต่อปีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 10,000 คนต่อปีรวมทั้งต้องผลิตกำลังคนแบบไม่มีปริญญา เช่นอาชีวะ ที่มีฝีมือเฉพาะด้านควบคู่ไปด้วย
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัย อย่างจุฬาฯ มหิดล เกษตรศาสตร์ ควรไปตั้งสำนักงานที่ อีอีซีไม่อย่างนั้น นักลงทุนหนีไปเวียดนามกันหมด ที่สำคัญ มหาวิทยาลัย ต้องไม่เน้นไปที่12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศเท่านั้น แต่ต้องทำทั้งระบบและมหาวิทยาลัยต้องสร้างฐานให้ภาคเอกชน เพราะที่ผ่านมามีงานวิจัย แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ขณะที่จากนี้ในอนาคตคือเรื่องนวัตกรรม สตาร์ทอัพ
นอกจากนี้ที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษาฯครั้งที่ 1/2562 โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.แถลงข่าวที่ประชุมมีมติแต่งตั้งรศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.)เป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และแต่งตั้ง รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษาและแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานกรรมการบริหารสภานโยบายฯ
นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมประจำปี 2563 รวมทั้งสิ้น 37,000ล้านบาท ทำใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 30เปอร์เซ็นต์ 2.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 15เปอร์เซ็นต์ 3.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 25เปอร์เซ็นต์ และ 4.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ 20 เปอร์เซ็นต์โดยมีตัวอย่างโปรแกรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
อาทิ สมุดปกขาว BCG in Action เช่น ระบบเกษตรปลอดภัยมาตรฐานส่งออก โปรตีนทางเลือกจากแมลงประเทศไทยไร้ขยะ นวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัย เป็นต้น และอีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการยกเครื่องมหาวิทยาลัย