เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์เผยอียูนำร่องเก็บภาษีดิจิทัล

16 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์เผยอียูนำร่องเก็บภาษีดิจิทัล

"พาณิชย์" เผยหลายชาติในสหภาพยุโรปเดินหน้าเก็บภาษีดิจิทัล ฝรั่งเศสนำร่องชาติแรกผ่านกฎหมายเก็บภาษีผู้ให้บริการดิจิทัล เรียกเก็บภาษี 3% จากทุกบริษัทที่มีชาวฝรั่งเศสเป็นผู้บริโภค ด้านอังกฤษได้เผยแพร่ร่างกฎหมายที่จะนำมาใช้ เล็งเก็บภาษีที่ 2% ส่วนไทยกฎหมายอยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐบาลใหม่

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์การร่างกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการเก็บภาษีผู้ให้บริการดิจิทัลในสหภาพยุโรป(อียู) โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ผ่านร่างกฎหมายแล้ว โดยจะเรียกเก็บภาษี 3%จากบริษัทดิจิทัลใดๆ ที่มีชาวฝรั่งเศสเป็นผู้บริโภคโดยบริษัทนั้นต้องมีรายได้รวมจากทั่วโลกมากกว่า 750ล้านยูโร หรือราว 25,000 ล้านบาท และมีรายได้ในฝรั่งเศสอยู่ที่มากกว่า 25ล้านยูโร หรือประมาณ 900 ล้านบาท



สำหรับเป้าหมายสำคัญของการเก็บภาษีครั้งนี้คือ บริษัทดิจิทัลที่นำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปในการขายโฆษณาทางออนไลน์ซึ่งจะส่งผลต่อบริษัทจำนวนกว่า 30 แห่งด้วยกันรวมไปถึงยักษ์ใหญ่ของอเมริกาทั้ง Alphabet บริษัทแม่ของ Google - Apple -Amazon - Facebook และ Microsoft รวมไปถึงบริษัทเทคโนโลยีของจีนเยอรมัน สเปน และอังกฤษก็ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับ Criteo โฆษณาออนไลน์ของฝรั่งเศส




ส่วนในอังกฤษล่าสุดได้มีการเผยแพร่ร่างกฎหมายการเก็บภาษีดิจิทัล ซึ่งจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 2%จากรายได้รวมของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแฟลตฟอร์มโซเชียลมีเดียบริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และตลาดออนไลน์ที่มีชาวอังกฤษเป็นผู้บริโภคโดยบริษัทนั้นจะต้องมีรายได้รวมทั่วโลกมากกว่า 500ล้านปอนด์ และ 25 ล้านปอนด์สำหรับในอังกฤษซึ่งการดำเนินการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ดูจะไม่วุ่นวายและยุ่งยากเท่ากับกรณี Brexitคาดว่าจะสามารถผ่านร่างกฎหมายได้อย่างไม่มีปัญหาเพราะได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากสมาชิกรัฐสภา ทั้งนี้ร่างการเก็บภาษีจะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2020 และคาดว่าจะได้รับรายได้กว่า400 ล้านปอนด์ในปี 2022




ทั้งนี้อียูยังมีแผนระยะยาวเพื่อปฏิรูปภาษีนิติบุคคล (corporate tax) ของยุโรปให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยมีแนวคิด คือบริษัทออนไลน์จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศสมาชิกของอียูเช่นเดียวกับบริษัทแบบดั้งเดิมบริษัทที่จะโดนเก็บภาษีภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ต้องมีเงื่อนไขเข้าข้อใดข้อหนึ่งดังนี้มีรายได้เกิน 7 ล้านยูโรต่อปี ในประเทศสมาชิกของ EU ที่เข้าไปทำการค้า(แม้จะไม่จดทะเบียนหรือมีสำนักงานในประเทศนั้นก็ตาม) , มีผู้ใช้บริการมากกว่า100,000 คนขึ้นไปในประเทศสมาชิกของ EU ที่เข้าไปทำการค้า(ในปีภาษีนั้น) และมีการทำสัญญาทางธุรกิจที่เกี่ยวกับบริการดิจิทัลระหว่างบริษัทกับลูกค้าธุรกิจ มากกว่า 3,000 สัญญาในปีภาษีรวมทั้งยังมีการระบุวิธีการคิดกำไรว่าจะลงเป็นของธุรกิจในประเทศใดบ้างและวิธีแบ่งสัดส่วนภาษีไปยังประเทศนั้นๆ อีกด้วย




อย่างไรก็ตามการหารือระหว่างชาติสมาชิกอียูยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะกลุ่มประเทศเล็กๆที่ได้ผลประโยชน์จากการที่บริษัทข้ามชาติเหล่านี้มาเปิดสำนักงาน กังวลว่าหากมาตรการเก็บภาษีดิจิทัลที่ 3% อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้ง 28ประเทศ อาจจะทำให้เสียเปรียบชาติสมาชิกใหญ่ๆ เช่น ฝรั่งเศส และเยอรมนีซึ่งจะทำให้บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ยอมไปเสียภาษีในแต่ละประเทศที่เกิดธุรกรรมทางธุรกิจขณะที่บางฝ่ายมองว่าจะทำให้เกิดการเก็บภาษีที่ซับซ้อนในกลุ่มอียูและอาจเป็นการละเมิดกฎการค้าการลงทุนระหว่างประเทศทำให้สหรัฐอเมริกาเปิดฉากตอบโต้อียู





สำหรับความคืบหน้าเรื่องนี้ในไทยมีแนวคิดผลักดันกฎหมาย E-Business ที่กรมสรรพากรเป็นเจ้าภาพเพื่อเก็บภาษีจากผู้ประกอบการออนไลน์ต่างประเทศที่มีธุรกิจในไทยโดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปียื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ซึ่งมีบริษัทที่เข้าข่าย เช่น Google  Facebook Line เป็นต้นโดยขณะนี้กฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วและอยู่ระหว่างนำเสนอกฎหมายไปยังรัฐบาลชุดใหม่ ล่าสุดได้ปรับแก้กฎหมายโดยใช้วิธีหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยอ้างอิงจากข้อมูลหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มเก็บภาษีผู้ประกอบการออนไลน์ ซึ่งไทยนำต้นแบบมาจาก ออสเตรเลีย เกาหลีและอินโดนีเซีย

ข่าวล่าสุด