พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบ กรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเข้ายื่นหนังสือ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง ของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากมีมติให้รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณา
ซึ่งขั้นตอนอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมข้อเท็จจริงซึ่งถือเป็นหลักการทั่วไปหลังจากรับเรื่องไว้พิจารณาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยอีกว่า หลังจากรวบรวมข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ก็จะหาทางออกอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนกรอบเวลา คาดว่าใช้เวลาไม่นานเนื่องจากประเด็นนี้ไม่ได้เป็นประเด็นที่ซับซ้อนมากนัก มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่กี่มาตรา ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วันก่อนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ส่วนการที่จะเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงในประเด็นนี้หรือไม่ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน บอกว่า อาจจะต้องเชิญผู้ถูกร้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงขณะที่ในการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าจะส่งเรื่องนี้ให้กับศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเป็นผู้วินิจฉัย ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่า ณ ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องดูข้อกฎหมายก่อนซึ่งทั้งหมดก็อยู่ที่การประชุมของคณะผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีออกมาเปิดเผยว่าประเด็นนี้ สามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเป็นผู้วินิจฉัย ถือเป็นการชี้นำผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่นั้นประเด็นนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยว่าไม่เป็นการชี้นำ
ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่แต่ละฝ่ายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันแต่ทั้งหมดก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะคิดเห็นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าในวันที่ 27 สิงหาคมนี้น่าจะมีความชัดเจนขึ้นนอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังย้ำว่า ไม่กังวลต่อการตรวจสอบเครื่องนี้ และส่วนตัวก็ไม่ประสงค์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยจะพิจารณาเรื่องนี้ไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและย้ำว่าจะทำหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ออกมาบอกอีกว่ากรณีนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้โดยไม่ต้องมีผู้ร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้แจงว่าในเรื่องที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองให้พิจารณาในมาตรา 231 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อดูแล้วไม่สามารถที่จะนำหยิบยกออกมาพิจารณาได้เนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีผู้ได้รับความเดือดร้อน อันเกิดจากหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งมีเหตุต้องแก้กฎหมาย จึงไม่สามารถหยิบยกมาพิจารณาได้ทันที