ไทย-กัมพูชา จับมือ อนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ผืนป่าพนมดงรักษ์-ผาแต้ม
15 ส.ค. 2562 | tanpisit_ler

ไทย-กัมพูชา จับมือ เพื่อการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ผืนป่าพนมดงรักษ์-ผาแต้ม ในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการสัมมานาเพื่อหารือความร่วมมือระหว่างประเทศ......
ข่าว
15 ส.ค. 2562 | tanpisit_ler

ไทย-กัมพูชา จับมือ เพื่อการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ผืนป่าพนมดงรักษ์-ผาแต้ม ในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการสัมมานาเพื่อหารือความร่วมมือระหว่างประเทศ......
15 ส.ค. 62 - นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 และเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปต้อนรับผู้แทนกัมพูชาจังหวัดอุดรมีชัย ประกอบด้วย นายวาด ปารานิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย นายอึง เซาวรีด หัวหน้าป่าไม้จังหวัด นายพวง ลีนา หัวหน้าสิ่งแวดล้อมจังหวัด ร่วมด้วยผู้แทนกัมพูชาจังหวัดพระวิหาร มีนายซู เซะเร็ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเขาพระวิหาร นายกวง ซอมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายเซญ เซง รองป่าไม้จังหวัด นายลัวะ โซะวันณา หน.สนง.ควบคุมการพัฒนาและการก่อสร้าง นายซู นนทะโร จนท.สนง.จังหวัด และนายมี มีเนียโตะเลีย จนท.สนง.จังหวัด จากนั้นได้เดินทางร่วมกันเพื่อไปทำโป่งอาหารสัตว์ป่า และปล่อยไก่ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ที่ทุ่งกระบานกระไบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก
โดยวานนี้(14 ส.ค. 62) ได้มีพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ โดยได้รับเกียรติจากนายเธียรชัย พุทธรังสี รอง ผวจ.อุบลราชธานี เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ทั้งนี้ผู้แทนชาวไทย และกัมพูชาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่า และมีวิทยากรได้แก่ ดร.ชลธร ชำนาญคิด, ผศ.ดร. นริศ ภูมิภาคพันธ์, ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ และ รศ.ประจักษ์ บุญอารีย์ เป็นผู้ให้ความรู้และแนวความคิดร่วมกัน
สรุปประเด็นสำคัญในการหารือร่วมกันในครั้งนี้ ได้แก่ การเชื่อมต่อพื้นป่าระหว่างประเทศเพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่หายากและที่ใกล้สูญพันธุ์ให้คงอยู่ การลาดตระเวรเชิงคุณภาพ ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองในอากาศ ปัญหาสัตว์ป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนได้แก่ ช้าง ลิง และตัวเหี้ย และที่ประชุมยังระบุว่าทั้งสองประเทศควรร่วมกันปลูกป่าและปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่รอยต่อพรมแดนของสองประเทศ
การร่วมหารือในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทางผู้แทนกัมพูชา ได้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการสร้างกลุ่มเพื่อติดต่อหรือประสาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และควรจัดให้มีการประชุมร่วมกัน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อแรกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ