นายอุเทนฯ กล่าวอีกว่า การใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อรักษาโรค ยังคงมีผู้ที่เข้าใจผิดในเรื่องของการใช้น้ำมันกัญชา ที่มีการหาซื้อมาใช้เอง ที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีแพทย์สั่ง ซึ่งทั้งนี้หากผู้ป่วยต้องการใช้ ควรที่จะใช้น้ำมันกัญชาขององค์การเภสัชกรรม ที่ผลิตออกมาได้มาตรฐาน มีทั้งหมด 3 สูตรด้วยกัน ซึ่งการใช้ที่สำคัญคือการหยดใต้ลิ้นเพียง 1 หยด อย่างเคสผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลน้ำโสม ทราบว่าหยดน้ำมันกัญชาใต้ลิ้น 3 หยด ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า overdose คืออาการที่อาจทำให้หมดสติ จนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล นี่เป็นอาการข้างเคียงที่สำคัญอย่างมาก
"การใช้น้ำมันกัญชาต้องหยดใต้ลิ้นเพียง 1 หยดเท่านั้น สำหรับบางคนหยดไม่ถูกกลืนลงไปในท้องทำให้มันจะเกิดเม็ตตาโบริซึ่มในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้อาการออกฤทธิ์ช้า ทำให้ต้องหยดไปหลายหยด พอตัวยาออกฤทธิ์มันก็เกิดอาการข้างเคียง overdose และอย่าซื้อมาใช้เอง โดยไม่มีแพทย์สั่ง ซึ่งสามารถติดต่อแพทย์ที่ทำการรักษา และจากองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเรื่องของน้ำมันกัญชา ในวันที่ 26 สิงหาคม นี้ ทาง รมว.สาธารณสุข จะเดินทางมาเปิดการอบรมแพทย์ที่ดูแลเรื่องการรักษาโรคด้วยน้ำมันกัญชา ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี"
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากการใช้น้ำมันกัญชาเกินปริมาณ เป็นผู้หญิงอายุ 41 ปี เป็นชาวบ้านใน ต.น้ำโสม อ.น่ำโสม ที่ใช้น้ำมันกัญชารักษาโรคเครียดและซึมเศร้า มาได้ประมาณ 2- 3 วัน สาเหตุที่ต้องใช้น้ำมันกัญชา เพราะมีอาการเครียด มีคนอื่นเอานำน้ำมันกัญชาให้ใช้ บอกว่าซื้อน้ำมันกัญชา มาจากทางอินเตอร์เน็ท ตอนเข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลน้ำโสม มีอาการวิงเวียน และอาเจียร ซึ่งทางแพทย์โรงพยาบาลน้ำโสม ให้การรักษาพร้อมให้ยา ขณะนี้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และกลับบ้านไปแล้ว