ส่วนสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำของชลประทานขนาดกลางทั้งจำนวน 12 แห่ง มีน้ำกักเก็บรวม 28.03 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 32.35 ซึ่งกระจายอยู่ทั่วเมืองเชียงใหม่ ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นจังหวัดเชียงใหม่มี 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บ 86.99 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 32.80 เมื่อเทียบกับปี 2561 ในช่วงเวลาเดียวกันมีน้ำกักเก็บอยู่ 123 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีอยู่ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับปี 2558 มีน้ำในเขื่อนเพียง 71 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น จากการประเมินเทียบสถานการณ์ฝนกับปี 2558 จึงประเมินสถานการณ์คาดว่า 1 พ.ย. 2562 จะมีน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 90 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะมีน้ำเพื่อการบริหารจัดการมากกว่าในช่วงวิกฤติภัยแล้งเมื่อปี 2558
ขณะที่เขื่อนแม่กวงอุดมธาราปัจจุบันมีน้ำกักเก็บ 49.60 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 18.90 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 มีน้ำกักเก็บ 81 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 31 ซึ่งเมื่อปี 2558 ที่เกิดภาวะภัยแล้ง มีน้ำกักเก็บในเขื่อน 30.9 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 11.75 เท่านั้น โดยคาดว่าหลังจากสิ้นสุดฤดูฝนประมาณวันที่ 1 พ.ย. 2562 เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จะมีน้ำในเขื่อนร้อยละ 15 ซึ่งมากกว่าเมื่อปีที่เกิดวิกฤติภัยแล้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฝนที่จะตกลงมาในพื้นที่
สำหรับแผนการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูฝน ปี 2562 ในเขตพื้นที่ชลประทาน มีพื้นที่อยู่ประมาณ 407,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ข้าวนาปี 226,000 ไร่ ปลูกไปแล้วประมาณร้อยละ33 จะสังเกตได้ว่าพื้นที่นาในเขตชลประทานจังหวัดเชียงใหม่มักจะได้รับความเสียหาย เนื่องจากได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชะลอการปลูกออกไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่ โดยคาดว่าหลังจากนี้เกษตรกรจะทยอยปลูกจนเต็มพื้นที่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้