แรงงานประมงในโซมาเลียถึงไทย 9 ส.ค.นี้
08 ส.ค. 2562 | te

มีรายงานว่า แรงงานประมงชาวไทย 18 คน ที่ถูกลอยแพกลางทะเลประเทศโซมาเลีย เตรียมทยอยเดินทางกลับถึงประเทศไทยชุดแรก ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562............
ข่าว
08 ส.ค. 2562 | te

มีรายงานว่า แรงงานประมงชาวไทย 18 คน ที่ถูกลอยแพกลางทะเลประเทศโซมาเลีย เตรียมทยอยเดินทางกลับถึงประเทศไทยชุดแรก ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562............
ต่อมา ศรชล. แจงช่วยลูกเรือประมงไทย ในทะเลโซมาเลีย กลับถึงไทยสัปดาห์นี้ ระบุสถานการณ์ไม่เลวร้าย จึงต้องทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนการทำสัญญาจ้างของลูกเรือถูกต้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานดำเนินการต่อ
พลเรือโท รณภพ กาญจนพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) แถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย ทะเลโซมาเลีย ว่า เรือที่เป็นข่าว ชื่อ WADANI 1 ซึ่งกรมเจ้าท่าตรวจสอบแล้ว พบว่า เจ้าของเรือได้ขายเรือให้กับชาวอิหร่าน ตั้งแต่ พ.ศ.2558 จึงได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทยเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กรมประมง ตรวจสอบพบว่า ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงนอกน่านน้ำไทย
ดังนั้นสถานะทางกฎหมายจึงไม่ใช่เรือไทย ขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่เมือง โบซาโซ (Bosasso) และอยู่ในกิจการทำประมงในน่านน้ำโซมาเลีย ส่งสินค้ากลับมายังประเทศไทย แต่ถูกระงับการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำดังกล่าว ซึ่งกรมประมงมีอำนาจและกลไกในการตรวจสอบหากเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งนี้ แม้เรือลำดังกล่าวจะไม่ใช่เรือไทย แต่เหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานบนเรือขณะอยู่ในทะเล ศรชล. จึงมอบหมายให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือประจำกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 มีที่ตั้งอยู่ ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยใช้เครื่องบินตรวจการณ์ แบบ JN41 ของกองทัพเรือญี่ปุ่น บินลาดตระเวน พร้อมร้องขอกองกำลังทางเรือสหภาพยุโรบ (EUNAVFOR) ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณช่วยเหลือทางทะเล หรือสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ / จากการตรวจสอบทราบว่าเรือประมง WADANI 1 ยังไม่มีสถานการณ์ที่เป็นภัยร้ายแรง จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้สนทนากับลูกเรือ WADANI 1 กลุ่มที่ขอกลับบ้าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันทางสถานทูตไทย ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า ได้ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือประมง โดยผู้นำของรัฐในพื้นที่ดังกล่าวให้การตอบรับช่วยเหลือเช่นกัน ล่าสุด ลูกเรือได้รับเสบียงและน้ำเพิ่มเติมแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงต่างประเทศเตรียมพากลับ โดยประสานงานกับองค์การเพื่อการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (International Organization for Migration) คาดว่าเดินทางกลับได้ภายในปลายสัปดาห์นี้
สำหรับลูกเรือไทย ที่ไปทำงานในกรณีนี้ ดำเนินการถูกกฎหมายหรือไม่ คงต้องให้กระทรวงแรงงานตรวจสอบข้อมูลเรื่องการทำสัญญาว่า ภายหลังจากที่ทั้งหมดกลับมาแล้วทั้งนี้ กองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 / ประเทศไทยเคยส่งเรือ อากาศยาน และกำลังพลเข้าร่วมปราบปรามโจรสลัด และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย 2 ครั้ง ในปี 2553 และ 2554 และยังปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือ เฉพาะกิจผสม CTF151 ในกองกำลังผสมทางทะเลของนานาชาติ" (Combined Maritime Force : CMF) เมื่อปี 2555 อีกด้วย ซึ่งการส่งกำลังเข้าร่วมในระดับนานาชาติเช่นนี้ มีผลให้ไทยสามารถประสานการขอความช่วยเหลือได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
ล่าสุด นายนนทวัตร สุขงาม นักวิชาการแรงงานชำนาญการ กองบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ กรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงการช่วยเหลือแรงงานชาวประมงไทยถูกลอยแพกลางทะเลโซมาเลียว่า แรงงานที่จะเดินทางกลับประเทศไทยมีทั้งหมด 18 คน ขณะนี้เดินทางจากประเทศโซมาเลียถึงนครดูไบแล้ว และจะทยอยเดินทางกลับประเทศไทยทั้งหมด 3 ชุด เนื่องจากมีปัญหาเรื่องตั๋วเดินทาง โดยชุดแรกจะเดินทางมา 7 คน ในวันที่ 9 สิงหาคม ชุดที่ 2 จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคม อีก 7 คน และที่เหลืออีก 4 คน จะเดินทางมาในวันที่ 11 สิงหาคม โดยผู้ออกค่าเดินทางทั้งหมดคือ "นายช้าง" ซึ่งเป็นผู้ติดต่อให้แรงงานทั้งหมดไปทำงานบนเรือประมง
ส่วนค่าจ้างที่เหลือกำลังมีการเจรจา เพราะเป็นเรื่องระหว่างนายจ้างใหม่กับนายจ้างเก่าที่ค้างเงินกันอยู่แต่ แรงงานกลุ่มนี้ตกเป็นผู้รับเคราะห์ เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้ไม่ทราบว่าเรือประมงได้มีการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ จากเจ้าของเรือเดิมเป็นของอิหร่านมาขายให้กับชาวโซมาเลีย โดยลูกเรือประมงไม่ทราบว่าเรือมีการเปลี่ยนมือ ขณะที่ "นายช้าง" นายจ้างเดิมได้ค้างชำระค้างน้ำมันให้กับเจ้าของเรือคนใหม่ชาวโซมาเลีย 2 ล้าน และเดินทางกลับไทย ขณะที่เจ้าของเรือคนใหม่ ได้หักเงินค้างจ่ายค่าน้ำมัน จากค่าแรงของแรงงานประมง โดยที่แรงงานไม่ทราบเรื่องนี้
นายนนทวัตร เล่าว่า ที่สามารถดำเนินให้แรงงานประมงกลับบ้านได้เร็วเนื่องจากในเรือลำนี้มีแรงงานไทย 4 คนจากทั้งหมด 18 คน ชอบเล่นโซเซียล(FB) ทำให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว และค้นหาจุดที่เรือลอยลำอยู่ หากไม่มีโซเซียลการช่วยน่าจะใช้เวลานานกว่านี้ ส่วนเรืออีกลำซึ่งมีแรงงานไทยอยู่ 4-6 คน ยังค้นหาไม่เจอ เพราะเรือลำนี้ไม่มีใครเล่นโซเซียล