นายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ ประธานคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) กล่าวถึงการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ว่า มาตรา 4 อนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถปลูก ปรุง และผสม พืชยาเสพติด 3 ชนิด ได้แก่ โคคา ฝิ่น และกัญชา เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษา สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และผลิตยา โดยเป็นพืชในกลุ่มต้นโคคาใช้สกัดโคเคนทางการแพทย์ ,ฝิ่นสกัดเป็นมอร์ฟืนเพื่อระงับอาการปวด และกัญชาที่นำช่อดอกมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชา ซึ่งทั่วโลกได้นำมาใช้อยู่แล้ว แต่ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อนันทนาการ การปลูกเสรีหรือการปลูกบ้านละ 6 ต้น ไม่สามารถทำได้
เพราะการขออนุญาตใช้กัญชา รัฐบาลของประเทศสมาชิกจะต้องมีการประมาณการตัวเลขผู้ป่วยให้ชัดเจนเพื่อส่งรายงานไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถึงจำนวนผู้ป่วยที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารสกัดจากกัญชา เพื่อคำนวณพื้นที่ปลูกกัญชา การจะอนุญาตให้ปลูกครอบครัวละ 6 ต้น แสดงว่าทุกบ้านทั่วประเทศต้องมีผู้ป่วย ระบุการปลูกกัญชาเสรีเพื่อการนันทนาการก็ทำไม่ได้ หากไทยกระทำฝ่าฝืนประเทศจะต้องถูกลงโทษ โดยการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถนำเข้ายาที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาฉบับนี้ได้เลย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยรวมกับผู้ป่วย โรงพยาบาล ระบบสาธารณสุข และทำให้ประชาชนและผู้ป่วยเดือนร้อน