นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อมอบนโยบายการทำงานให้กับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ทุกหน่วยงานว่าการทำงานของกระทรวงพาณิชย์จากนี้ไป จะต้องดำเนินการ 10 ภารกิจเร่งด่วนที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรประชาชน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
"เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรกจะผลักดันโครงการประกันรายได้เกษตรกร ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและข้าวโพด เริ่มที่ปาล์มน้ำมันก่อน จากนั้นจะเป็นยางพาราและตัวอื่นๆเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการมีอยู่แล้ว รอให้ผ่านการประชุมพิจารณาจากคณะกรรมการชุดที่รับผิดชอบสินค้าแต่ละรายการก่อนก็จะทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเงินงบประมาณดำเนินการต่อไปส่วนสินค้าเกษตรอื่นๆ จะมีแผนแก้ปัญหาเชิงรุก ทำงานล่วงหน้าเพราะมีปฏิทินสินค้าเกษตรอยู่แล้ว และใช้มาตรการเกษตรพันธสัญญามาช่วยเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร" นายจุรินทร์ กล่าว
สำหรับเรื่องต่อมา จะเน้นการดูแลราคาสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมผู้กับประกอบการและผู้บริโภค รวมทั้งเร่งรัดการส่งออกสินค้าและบริการโดยเน้นการส่งออกพืชผลทางการเกษตร บริการ สินค้า OTOP เสื้อผ้าเครื่องประดับ และสินค้าอื่นๆ โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ จะเน้นรักษาและขยายตลาดเดิมเปิดตลาดใหม่ ฟื้นตลาดเก่าจากสถานการณ์ในต่างประเทศที่เคยเป็นอุปสรรคและมุ่งเน้นการค้าชายแดนและข้ามแดน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก ซึ่งในวันที่ 14ส.ค.2562 จะประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนกระทรวงพาณิชย์(กรอ.พาณิชย์) เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามสถานการณ์ส่งออก ร่วมจัดทำแผนการส่งออกส่วนเป้าหมายจะยังคงที่ 3% หรือไม่ ต้องหารือกันก่อน
นอกจากนี้ จะเร่งรัดการเจรจาค้างท่อเช่น การผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้การฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) การเจรจาจัดทำ FTAกับตุรกี ศรีลังกา ปากีสถาน และอังกฤษรวมถึงต้องเร่งหาข้อสรุปการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP) เป็นต้น
"ทั้ง10 เรื่อง ที่กำหนดเป็นนโยบายการทำงานนี้ ผมปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่างๆ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้ตกลงที่จะเดินไปด้วยกันส่วนเรื่องเร่งด่วน จะเร่งรัด 4 เรื่องแรก การประกันรายได้ดูแลค่าครองชีพ ผลักดันส่งออก และเจรจาการค้า เพราะเป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญแต่จะทำควบคู่กันไปกับเรื่องที่เหลืออื่นๆทำเป็นคู่ขนาน"นายจุรินทร์กล่าว