ต่อมาพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วน ว่า
ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ในการถวายสัตย์ฯ ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งตนมองว่าข้อความที่กล่าวไปนั้น ถือเป็นข้อความที่ครอบคลุมทั้งหมด ในการดูแลประชาชนคนไทย และสิ่งสำคัญก็เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ที่ทรงรับสั่งมาอย่างนั้น ก็คือการทำงานเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เพื่อประชาชนทั้งประเทศ
"ผมว่าเรื่องนี้จบดีกว่า อย่าให้มันบานปลายไปเลย และหลายคนก็เป็นทหารอยู่ตรงนั้นด้วย ก็ขอร้องแล้วกัน เคยเป็นพี่เป็นน้องกันมา อย่าให้การเมืองทำประเทศชาติปั่นป่วนไปทั้งหมด ถ้าจะดี-ไม่ดีอย่างไร ก็ไปรอเลือกตั้งคราวหน้าแล้วกัน"
นายกฯ ยังบอกด้วยว่า ไม่กังวล หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวเข้าอภิปรายในสภา เพราะมีเรื่องที่น่ากังวลกว่านี้มาก การเป็นนายกฯ และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีเรื่องหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือกับบรรดารัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองต่างๆ การใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งหมดก็ตอบสนองรัฐธรรมนูญทั้งนั้น ที่รัฐธรรมนูญได้เขียนกรอบกว้างๆไว้ หากมัวแต่ทะเลาะกันในเรื่องรับธรรมนูญ ขอให้ไปดูกฎหมายลูก ว่ามีอะไรบ้างเพราะกฎหมายลูกจะเป็นตัวบอกว่า เป็นกฎหมายลูกจะทำให้การทำงานตามรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้ย้อนถามสื่อว่า บ้านเมืองมีความขัดแย้ง สื่อมีความสุขหรือไม่ ประเทศมีความขัดแย้ง มีความวุ่นวาย สื่อมีความสุขหรือไม่ อาจจะมีรายได้ดี แต่อย่าลืมว่า ประเทศจะแย่ ขอให้รักประเทศตัวเองให้มากๆ (ระหว่างนี้ได้ผายมือไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก) พร้อมกล่าวต่อว่า คนเหล่านี้ทำงานเต็มที่ ซึ่งเด็กรุ่นหลังก็ตามมา แล้วซึมซับในสิ่งที่ดีๆ ให้เขาคิดให้ออก ไม่ใช่คิดว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ตนไม่ต้องการให้เป็นตัวอย่างกับคนอื่นทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนก็ทราบเหตุผลอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากมาอยู่ตรงนี้หรอก แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นจะต้องย้อนกลับไปกลับมาให้ดี
ล่าสุด นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า เรื่องการถวายสัตย์ฯ ส่วนตัวพยายามแก้ปัญหาอยู่ แต่ยืนยันว่า ทำครบถ้วน