เนชั่นทีวี

ข่าว

จีไอทีปลื้มยอดส่งออกอัญมณีฯ 6 เดือน พุ่ง 15.21%

06 ส.ค. 2562 | orawan_jan

จีไอทีปลื้มยอดส่งออกอัญมณีฯ 6 เดือน พุ่ง 15.21%

จีไอที ระบุ ยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ 6 เดือนพุ่ง 7,244 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 15.21% ได้อานิสงค์การส่งออกทองคำ ที่เพิ่มขึ้นถึง 40.15% เป็นแรงหนุน เหตุมีการส่งออกเพื่อทำกำไรส่วนต่างราคา และคนหันซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย คาดแนวโน้มครึ่งปีหลังยังดี เทรดวอร์ช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกไปสหรัฐฯขายแทนสินค้าจีน

นางดวงกมล เจียมบุตรผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 6 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-มิ.ย.)มีมูลค่า 7,244.46 ล้านเดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.21% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า228,683.16 ล้านบาท ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.37% หากหักทองคำซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 3,847.62 ล้านดอลลาร์  ลดลง 0.44% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 121,431.82ล้านบาท ลดลง 0.31%



ด้านปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วง 6เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกทองคำ ที่เพิ่มขึ้นถึง 40.15%เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา หลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นและยังมีความวิตกต่อข้อพิพาททางกาค้าระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโกและจีนทำให้เกิดแรงซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น




ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการมีการส่งออกได้เพิ่มขึ้นเช่น พลอยสี เพิ่ม 19.76% พลอยก้อน เพิ่ม 276.68% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม11.60% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 13.71% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 6.39%เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 3% เศษหรือของที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่ม 60.05%ส่วนเครื่องประดับแท้ ลด 10.31% เครื่องประดับเงิน ลด 19.79% เครื่องประดับทอง ลด 6.49%เพชร ลด 8.54% เพชรก้อน ลด 9.87% เพชรเจียระไน ลด 8.41%




สำหรับตลาดส่งออก พบว่าตลาดอินเดียเติบโตแรงสุด เพิ่ม 95.14%จากการส่งออกสินค้ากึ่งวัตถุดิบและวัตถุดิบอย่างเพชรเจียระไน พลอยก้อนและโลหะเงินได้เพิ่มขึ้น เพราะอินเดียนำเข้าไปแปรรูปเพื่อจำหน่ายและส่งออกต่อรองลงมา คือ อาเซียน เพิ่ม 50.92% จากการส่งออกไปสิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชาเพิ่มขึ้น 96.12% ,56.37% และ 44.11% ตามลำดับโดยสิงคโปร์มีการส่งออกเศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่าและเครื่องประดับเทียมเพิ่มขึ้น เวียดนาม ส่งออกอัญมณีสังเคราะห์ โลหะเงินและเพชรเจียระไนได้เพิ่มขึ้น และกัมพูชาส่งออกเพชรเจียระไนได้เพิ่มขึ้น และจีนเพิ่ม 0.18% จากการส่งออกเครื่องประดับเงินเป็นหลัก




ส่วนตลาดที่ยังขยายตัวติดลบ เช่นฮ่องกง ลด 7.57% สหภาพยุโรป (อียู) ลด 13.06% สหรัฐฯ ลด 3.50%กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ลด 1.48% ญี่ปุ่น ลด 9.89% ประเทศหมู่เกาะแฟซิฟิก ลด27.83% รัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ลด 78.85%




"แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี2562 ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่หลายประการซึ่งยังคงต้องติดตามสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และสหรัฐฯกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่ยังไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ รวมถึงความไม่แน่นอนในการเจรจา Brexitซึ่งจะส่งผลต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุนโลก รวมถึงค่าเงินโดยเฉพาะค่าเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงทำให้ค่าเงินสกุลอื่นมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น รวมถึงเงินบาทซึ่งหากค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ากว่าคู่แข่งก็จะทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการทำประกันความเสี่ยงเอาไว้" นางดวงกมล กล่าว




ทั้งนี้ สถาบันอัญมณีฯ มองว่าผลจากสงครามการค้า จะทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนสินค้าจากจีนที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้า แต่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมพร้อมเพราะสหรัฐฯ เข้มงวดกับธุรกิจเครื่องประดับมากกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบทั้งเพชร พลอยสี และโลหะมีค่าอื่นๆเพื่อป้องกันปัญหาการฟอกเงินและการค้าวัตถุดิบในการผลิตเครื่องประดับเพื่อเป็นแหล่งทุนสนับสนุนเหตุความขัดแย้งและกลุ่มนอกกฎหมายซึ่งหากสร้างความเชื่อมั่นได้ ก็จะส่งผลดีต่อการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้น

 

ข่าวล่าสุด