นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ยังคงคาดการณ์การส่งออกปี2562 ติดลบ 1% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 33.0 บาทต่อดอลลาร์ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่5 ส.ค. 2562 อยู่ที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญประกอบด้วย1.ผลจากสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจของคู่ค้าหลักชะลอตัวและโดยฉพาะสินค้าที่อยู่ในโซ่อุปทานของจีนเช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงข้อพิพาททางการค้าคู่ใหม่ล่าสุดสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย.
2. สถานการณ์ความขัดแย้งในฮ่องกงเริ่มทวีความรุนแรงส่งผลต่อการบริโภคในประเทศและการลดปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าจากไทยเนื่องจากธุรกิจต้องหยุดชะงัก3.สถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะภัยแล้งในปัจจุบันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจากปรากฎการณ์เอลนินโญ่และกระทบต่อปริมาณผลผลิตพืชผลทางการเกษตรในช่วงไตรมาส 3 อาจขาดแคลนและส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปปรับตัวลดลงโดยเฉพาะตลาดจีนที่มีการนำเข้าผักและผลไม้จากไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา 3.ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยกดดันภายนอกและปัจจัยภายในเช่น ไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเป็น safe haven ทำให้สถานการณ์ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นมากกว่า5%ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในอาเซียน กระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกทันที
สำหรับ ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ส่งเสิรมการค้าระหว่างประเทศของสรท. ที่สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ คือ มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกโดยจะต้องเปิดตลาดการค้าใหม่ และเจรจาการค้าเสรีกับประเทศคู่ค่าสำคัญ เช่น จัดตั้งWar Room เพื่อรับมือสถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างเสถียรภาพทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนเช่น การเจรจาสนธิสัญญาภาษีซ้อนยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และลดต้นทุนและข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายอย่างเข้มข้นมากขึ้นในการป้องกันการไหลเข้าของเงินทุนที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นรวมทั้งรักษาทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับประเทศคู่ค้าและคู่แข่งในภูมิภาค