ต่อมา นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน 9 ราย ตามคำพิพากษาในคดีแพรว่า 9 ศพว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ได้แต่งตั้งตนเป็นผู้ประสานงานระหว่างศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นทนายความของผู้เสียหายทั้งหมดกับกลุ่มจำเลยทั้ง 4 ราย
ซึ่งตามขั้นตอนต้องรอจนถึงวันที่ 28 ส.ค. หากฝ่ายจำเลยไม่สามารถขายที่ดินจำนวน 21 แปลงได้ ทางศูนย์นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จะนำรายการทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบไปยื่นคำขอให้กรมบังคับคดียึดอายัดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด
โดยตั้งเป้าจะเปิดประมูลขายและนำเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือ 180 วัน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ยังไม่มีฝ่ายใดติดต่อเข้ามายังกระทรวงยุติธรรม จึงถือว่าหน้าที่ของกระทรวงจะเริ่มตันนับหนึ่ง หลังวันที่ 28 ส.ค.นี้
ล่าสุด "ธวัชชัย ไทยเขียว" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า
ขอบคุณคุณแม่น้องแพรวา และดีใจกับผู้เสียหายครับ...!!
บ่ายวันนี้ได้รับการประสานงานจากคุณแม่น้องแพรวา ว่า.."สามารถหาหลักทรัพย์ได้ครบตามจำนวนตามคำพิพากษาของศาลแล้ว พร้อมทั้งได้มอบหมายทนายความให้ไปขอยอดวงเงินรวมจากศาลแล้วเช่นกัน โดยจะนำไปวางที่ศาลไว้ก่อนในระหว่างรอนัดหมายกับทนายความของผู้เสียหายเพื่อจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายแต่ละรายต่อไป
กรณีที่คุณแม่ไปวางทรัพย์ที่ศาลแล้วนั้น คุณแม่ควรต้องแจ้งการวางทรัพย์ให้เจ้าหนี้หรือทนายผู้เสียหายทราบโดยเร็ว เนื่องจากผลของการวางทรัพย์นั้นจะทำให้หลุดพ้นจากหนี้ที่ต้องชำระไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหลังจากวันที่วางทรัพย์ครับ
ขอบคุณคุณแม่น้องแพรวาและครอบครัว รวมถึงคุณทนายทั้งสองฝ่ายที่ช่วยกันทำให้เรื่องจบไปได้ด้วยดีครับ
ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิด แต่เมื่อมันเกิดมาแล้วก็เป็นวิบากของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แต่เห็นใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ
"สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยอันตรายทั้งสิ้นเถิด ฯ."
กรณีนี้ ของดให้สัมภาษณ์ต่อนะครับ รอให้เป็นหน้าที่ของผู้เสียหายและจำเลย หรือบุคคลที่จะได้รับมอบหมายจากทั้งสองฝ่ายครับ
นายธวัชชัย ไทยเขียว
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
และโฆษกกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) ช่วงเช้า ฝ่ายจำเลยจะนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย มาวางเงินต่อศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งเมื่อคำนวณหนี้ที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว เป็นต้นเงินตามจำนวน 25,781,137 บาท ส่วนดอกเบี้ย คำนวณจนถึงวันที่ 6 ส.ค.62 เป็นเงินจำนวน 16,650,023.40 บาท และยังมีค่าทนายความ ที่ศาลกำหนดชั้นฎีกา , ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ชั้นฎีกาอีกจำนวน , ค่าขึ้นศาลใช้แทนในนามโจทก์ รวมเป็นเงินที่ฝ่ายจำเลยต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาฎีกา ทั้งสิ้น 42,637,810.40 บาท
ผู้สื่ิอข่าวรายงานว่า สำหรับผลคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกัน ก็ถึงที่สุดแล้วเช่นกันเมื่อปี 2558 เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของเยาวชนสาว จำเลย ที่ต่อสู้คดี เนื่องจากเห็นว่าข้อฎีกาไม่มีสาระสำคัญจะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเดิมของศาลอุทธรณ์ ผลคดีอาญาจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย.57 ซึ่งศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โดยโทษจำคุกนั้นให้รอลงอาญา ซึ่งศาลอุทธรณ์กำหนดให้รอลงอาญาเป็นเวลา 4 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 3 ปี โดยให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลา 3 ปี (รวม 144 ชั่วโมง โดยปี 2559 ได้ทำกิจกรรมครบชั่วโมง) รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์