นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า ความสำเร็จที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งของเสาเศรษฐกิจอาเซียนในปีนี้ คือการสรุปผลการเจรจาเพื่อปรับปรุงกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนซึ่งเริ่มเจรจากันมาตั้งแต่ปี 2559โดยไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนและผลักดันการเจรจาเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จซึ่งขั้นตอนจากนี้ไป สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จะต้องไปดำเนินกระบวนการภายในโดยตั้งเป้าให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจของตนสามารถร่วมลงนามในพิธีสารปรับปรุงกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-11 กันยายน2562 ณ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ แม้อาเซียนจะมีพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนจะมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี2539 หรือ 20 กว่าปีแล้วแต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประเทศสมาชิกอาเซียนใดพึ่งพากลไกดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคระงับข้อพิพาททางการค้าระหว่างกันอาจเป็นเพราะกลไกที่ใช้อยู่เดิมล้าสมัย ไม่ทันกับรูปแบบและวิวัฒนาการทางการค้าที่เปลี่ยนไปทำให้อาเซียนเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจนประสบความสำเร็จในการสรุปพิธีสารฉบับปรับปรุงในปีนี้
สำหรับประเด็นที่ได้รับการปรับปรุงเช่น กระบวนการหารือระหว่างคู่พิพาทที่ชัดเจนขึ้นการจัดตั้งคณะผู้พิจารณาเพื่อตัดสินกรณีพิพาทที่โปร่งใสขึ้นให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกอาเซียนการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายต่อประเทศสมาชิกระยะเวลาการพิจารณาคดีและการปฏิบัติตามคำตัดสินที่เหมาะสม และการใช้อนุญาโตตุลาการในฐานะกลไกระงับข้อพิพาททางเลือกเป็นต้น
"เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจถึงประโยชน์และขั้นตอนการใช้กลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนฉบับปรับปรุงแก้ไขล่าสุดกรมฯ จึงได้กำหนดจัดงานสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามและการใช้ประโยชน์จาก"พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง"ในวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30-16.00 น. ณ กระทรวงพาณิชย์ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนของการระงับข้อพิพาทชี้ให้เห็นประโยชน์และโอกาสจากการมีที่พึ่งในการลดข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนตลอดจนรับฟังข้อความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนในอนาคต"นางอรมน กล่าว