เนชั่นทีวี

ข่าว

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

04 ส.ค. 2562 | jirayoot_pre

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

"แม่ผู้ต้องสงสัย มือบึ้ม สตช. เดินทางเข้ากรุงเทพ เรียกร้องเจ้าหน้าที่ ติดต่อแจ้งความปลอดภัยลูกชาย หลังขาดการติดต่อ3วัน ขอให้ความยุติธรรม อย่าทำร้าย พร้อมระบุลูกชายขอมาเที่ยว กทม.หลังทำวิจัยเสร็จ เชื่อว่า ภาพในวงจรปิด ไม่ใช่ลูกชายตนเอง มั่นใจลูกชายเป็นคนดี"

อัพเดทเหตุระเบิดเวลาไล่เลี่ยกันหลายจุด
1. 08.50 น.เกิดเหตุระเบิดภายในซอยพระราม 9 57/1 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง ขณะกำลังทำความสะอาดกวาดเศษใบไม้ภายในซอย เบื้องต้นระเบิดมีลักษณะคล้ายระเบิดปิงปอง

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลหัวหมาก รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณถนนพระราม 9 กลางซอย 57/1 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เข้ามาจากปากซอย ประมาณ 300 เมตร พบเศษชิ้นส่วนต้นไม้และใบไม้กระจัดกระจาย มีปืนปากกาตก1ด้าม บริเวณข้างกำแพง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นระเบิดปิงปอง 1 ลูก ส่วนผู้บาดเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.บาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อ นางคริสนา ผ่องใสสี อายุ 46 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าด้านขวา ใต้ตา แก้มค้างหน้าอก ส่วน นายสุนทร รอดเสียงล้ำ อายุ 56 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณที่คอ ทั้งสองคนถูกนำตัวส่ง รพ.สิรินธร และ นางศศินิภา เพชรทองหลาง อายุ 38 ปี มีอาการหูอื้อ นำส่ง รพ. วิภารามจากการสอบถาม นายชมภู้ เทียนภักดี เจ้าหน้าที่เก็บขยะ กทม.ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตั้งแต่ปากซอยจนถึงบริเวณกลางซอย เริ่มทำตั้งแต่ 08.30 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเป็นก้อนดำๆวางอยู่กองขยะ ได้บอกกันอย่าไปยุ่งแต่ นางคริสนา ได้เข้าไปกวาดและโกยใบไม้บริเวณดังกล่าวจึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมากได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอีโอดี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ( พฐ.) เข้ามาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าโยงกับเหตุคนร้ายวางระเบิดปลอมหน้า ตร.และเหตุป่วนหลายจุดวันนี้หรือไม่2. 08.36 น.เกิดเหตุระเบิดใต้บีทีเอส ช่องนนทรีย์ 2 ครั้ง ไม่ชัดเจนว่ามีคนบาดเจ็บหรือไม่ แต่มีรถยนต์เสียหาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า จุดระเบิดอยู่ในพุ่มไม้ใต้สถานีรถไฟฟ้า มีเศษดินกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดพื้นที่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนสัญจรไม่ได้ แต่รถยนต์ยังสัญจรได้ตามปกติ

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้ง หน้าอาคารมหานคร ใกล้บีทีเอสช่องนนทรี ทางลงประตู 3 พบเศษดินกระเด็นเกลื่อนฟุตบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ และกันไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่นายโชคชัย ประสงค์สัน อายุ 48 ปี วินจยย.รับจ้างที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงดัง คล้ายระเบิด 2 ครั้งขณะที่ตนกำลังขับรถผ่าน BTS ช่องนนทรีเพื่อไปส่งผู้โดยสาร เสียงดังสนั่นจนหูอื้อ ตอนแรกนึกว่าเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบบอกว่าเป็นระเบิดจริง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ได้ใช้เชือกกั้นทางขึ้นลงที่ 2 และ 3 BTS ช่องนนทรี เพื่อตรวจสอบเหตุ และไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณ ขณะที่การจราจรบริเวณโดยรอบรถหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ช้า3. 09.00 น.มีเสียงระเบิด ย่านคิงส์เพาเวอร์ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ - ตรวจสอบแล้ว ไม่พบเหตุ คาดว่าเหตุหน้าคิงส์เพาเวอร์ที่ส่งข่าว เป็นจุดเดียวกับช่องนนทรีย์

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

4. 09.00 น.มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 3 ครั้ง บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการ โดยครั้งแรกได้ยินเสียงเกิดขึ้น 2 ครั้ง และตามมาอีก 1 ครั้ง ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลแล้ว พบลักษณะคล้ายเป็นระเบิดแสวงเครื่อง

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุเหตุระเบิดที่บริเวณสวนหย่อมหน้าศูนย์ราชการ อาคาร B แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบจุดระเบิดเป็นสวนหย่อมหน้าอาคาร มีเศษซากต้นไม้กระจุยกระจาย มีหลุมในสวนหย่อม เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ไว้ทันที
ระหว่างที่ทางสน.ทุ่งสองห้องเข้าตรวจสอบนั้น มีระเบิดดังขึ้นอีกครั้งที่จุดตรงข้ามกับจุดที่ระเบิดครั้งแรก เป็นสวนหย่อมเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกั้นพื้นที่เป็นวงกว้างขึ้นแล้วประสานทางเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบว่าเป็นระเบิดประเภทใด
ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
ทั้งนี้ มีเหตุพบกระเป๋าต้องสงสัย ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ หัวหมาก เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

ต่อมาเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนคดีเหตุชายยัดวัตถุต้องสงสัยเข้าไปบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1 โดยใช้เวลา กว่า 3 ชั่วโมง ก่อนทางพล.ต.ต.สุวัฒน์ พร้อมปฏิเสธให้ข่าว โดยให้สอบถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในส่วนรายละเอียดของคดีนี้
ทั้งนี้ต่อมาเมื่อเวลา 02.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งอีกว่า ทางตำรวจชุดสืบสวน สามารถจับกุมชายต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ได้บนรถขนส่งผู้โดยสารบขส. ขณะเข้าจุดตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากภายหลังเกิดเหตุ ทางตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทันที จนพบว่าผู้ก่อเหตุ มีจำนวน 2 ราย โดยรายแรกทำหน้าที่ดูต้นทางอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ส่วนอีกรายที่ปรากฎตามกล้องวงจรปิดนั้น หลังก่อเหตุได้เดินไปพบกันที่จุดนัดพบบนสกายวอร์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ก่อนพากันเข้าไปยังห้างสยามพารากอน

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี


หลังจากสอบปากคำสองชายต้องสงสัยที่ก่อเหตุลอบวางวัตถุต้องสงสัยบริเวณใต้ป้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1 ทั้งคู่ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ข้อมูลจากแนวทางการสืบสวนพบคนร้าย มีการเตรียมตัวมาอย่างดี และข้อมูลจากกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายมีการแบ่งงานกันทำ โดยคนแรกทำหน้าที่ดูต้นทางใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ส่วนอีกรายเป็นผู้นำวัตถุคล้ายระเบิดมาวาง หลังก่อเหตุไปพบกันบนสกายวอร์ค ก่อนเข้าเปลี่ยนชุดในห้างสยามพารากอน เพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี


ต่อมาได้เดินไปขึ้นรถแท็กซี่ไปลงที่สวนจตุจักร ก่อนต่อรถแท็กซี่อีกคันไปยังสถานีขนส่งหมอชิต 2 แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้งในห้องน้ำของสถานี ก่อนจะซื้อตั๋วรถโดยสาร หลบหนีลงจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งจากข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบได้มานั้นจะทำให้เห็นว่าคนร้ายมีการวางแผนอย่างรัดกุม เหมือนมืออาชีพ หรือถูกฝึกมาให้ก่อเหตุวินาศกรรม

ทั้งนี้มีหลักฐานสอดรับเป็นคำให้การของโชเฟอร์แท็กซี่ที่รับคนร้ายไปส่งที่สถานีขนส่งจตุจักร ได้ให้การกับตำรวจว่า ได้ยินสองผู้ต้องสงสัยพูดจาด้วยภาษายาวี ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่มีนั้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมสอบปากคำและสืบสวนขยายผลว่าจะมีแรงจูงใจใด ในการก่อเหตุอย่างไรและเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่
ประเด็นหลักของข้อมูลที่น่าสนใจก็คือการเดินทางของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ใช้แท็กซี่เป็นหลัก และมุ่งหน้าไปสถานีขนส่งหมอชิต แต่กลับเดินทางไปภาคใต้ จากการตรวจสอบของ "ทีมข่าว" ทราบว่า มีรถบขส.วีไอพี ของบางบริษัทเดินรถ ที่ให้บริการไปรับผู้โดยสารที่ต้องการลงใต้ โดยไปรับที่สถานีขนส่งหมอชิต แสดงว่าคนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี และมุ่งหน้าไปที่หมอชิต เพื่อหลบเลี่ยงการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ที่อาจมุ่งไปที่สายใต้ก่อน หากพุ่งเป้าว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนถูกจับกุมที่สี่แยกปฐมพร จังหวัดชุมพร และถูกคุมตัวไปสอบปากคำ โดยหนึ่งในสองคนนี้ ทราบชื่อคือ นายลูไอ แซแง ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านกาโดะ หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการของกลุ่มก่อความไม่สงบ ทำหน้าที่ดูแลกลุ่มเยาวชนในพื้นที่

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี

.

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี


ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งยังไม่พบประวัติเกี่ยวพับกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง แต่หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจนว่า เป็นผู้ก่อเหตุลอบวางวัตถุคล้ายระเบิดที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแน่นอน

"แม่ผู้ต้องสงสัย" ป่วนสตช. เชื่อวงจรปิดไม่ใช่ มั่นใจลูกชายเป็นคนดี


สำหรับแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ กำลังตรวจสอบย้อนหลังความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน เพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดตรงจุดอื่นด้วยหรือไม่ โดยจะต้องตรวจสอบการเดินทาง ที่พัก และการพบปะกับมือระเบิดคนอื่น เพราะเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่ได้ก่อเหตุแค่ 2 คน
ทั้งนี้ มีข่าวรายงานผ่านสื่อหลายแขนงว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนจากจังหวัดนราธิวาสที่ถูกควบคุมตัวได้ระหว่างการหลบหนี ภายหลังก่อเหตุวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เก็บกู้ทัน รับสารภาพว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 8 คน สาเหตุเพราะไม่พอใจฝ่ายทหารที่จับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงไปซ้อมในค่ายทหารจนเสียชีวิต

นางรอฮานิง มาหะมะ แม่ของนายลูไอ แซแง พร้อมด้วยครอบครัวของ นายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องสงสัย ในคดีวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ หลังก่อเหตุและหลบหนีไปเมื่อวันที่ 2ส.ค. ล่าสุดเดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร โดยใช้รถไฟขบวนรถเร็วที่ 172สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อมาขอเยี่ยมลูกชาย และสอบถามข้อเท็จจริงจากปากลูกชายว่าได้ก่อเหตุจริงหรือไม่
โดยนางรอฮานิง มาหะมะ แม่ของนายลูไอ บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อเข้ามา และแม่กำลังรอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่อยู่ โดยอยากให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมาแจ้งความปลอดภัยของนายลูไอ ลูกชาย ให้ได้ยินเสียงก็ยังดี เพราะขณะนี้ที่บ้านและเด็กนักเรียนที่ลูกชายสอนอยู่นั้นก็ยังรอการกลับมาอยู่ และหากลูกชายทำผิดหรือไม่ผิดอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งอยากขอให้เจ้าหน้าที่ให้ความยุติธรรมกับลูกชาย ไม่อยากให้ทำร้ายลูกชาย เพราะตอนนี้3วันแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆเลย โดยยืนยันว่า ลูกชายเป็นคนนิสัยดีมาก ซึ่งอยากให้ลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถามคนในพื้นที่ดูได้ และตอนนี้ลูกชายกำลังจะรับปริญญา และเรียนต่อ ป.โทด้วย
ซึ่งการเดินทางมา กทม.ของลูกชายนั้น ได้บอกกับแม่ว่าขอมาเที่ยวกรุงเทพ หลังทำวิจัยเสร็จ และแม่เห็นลูกเหนื่อยๆก็อนุญาตให้มาเที่ยว ซึ่งปกติลูกชายมาเที่ยวกรุงเทพแค่2-3ครั้ง และมากับครอบครัว ทั้งนี้ลูกชายไม่ได้บอกว่ามากี่วัน ทั้งนี้แม่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าลูกเดินทางมาถึงวันไหน
นางรอฮานิง แม่ของนายลูไอ เชื่อว่า ลูกชายไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่า ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วไม่เหมือนลูกชายของตนเอง เพราะปกติลูกชายจะเป็นคนเฉื่อยๆช้าๆมาก ไม่ได้มีโอกาสที่จะทำอะไรที่กระชุ่มกระชวย
ส่วนการคบเพื่อนของลูกชาย ก็ไม่ได้มีกลุ่มเพื่อนที่จะมีลักษณะของการนำไปสู่การก่อเหตุความรุนแรงได้ และปกติจะอยู่กับแม่ตลอด
โดยหลังจากนี้ ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนจะเดินทางไปพักที่ห้องพักของญาติ เพื่อรอการติดต่อกลับมาของทางเจ้าหน้าที่

ข่าวล่าสุด